ฝุ่นพิษปกคลุม ปอดคนกรุงเทพฯ พังทลาย? ฤาคนร้ายคือ “ดีเซล”

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 1 ก.พ 2562
แชร์ 1

นับเป็นเรื่องที่ "ทอล์คออฟเดอะทาวน์" มากที่สุดแล้วในชั่วโมงนี้ เพราะค่า ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 เข้าปกคลุมท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร และปริมณฑลโดยรอบมาจนจะครบเดือน และมันส่งผลต่อสุขภาพของคนเมืองอย่างเต็มที่

ปอดของคนกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพราะล่าสุดจากข้อมูลในวันที่ 31 มกราคม 2562 ค่าฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานที่ระดับ 50 ไมครอนไปแล้วถึง 41 พื้นที่ของกรุงเทพฯ และสถานการณ์หนักสุดไปตกอยู่ที่ถนนพระราม 2 ชายขอบของเมืองหลวง เพราะค่า PM2.5 ที่วัดได้มันทะลักไปถึง 4 เท่าแล้ว

เทียบ 7 วันค่าฝุ่น PM2.5

เทียบ 7 วันค่าฝุ่น PM2.5 หลายวันที่ผ่านมา

ใจกลางเมืองก็ไม่ต่างกัน เพราะสื่อนอกหลายสำนักได้ละเลงข่าวค่าฝุ่นพิษในประเทศไทยอย่างเข้มข้น ภาพตึกสูงอย่างตึกใบหยกที่เคยตระหง่านในระยะมองเห็น ทุกวันนีกลายเป็นภาพเลือนลางเพราะถูกฝุ่นละอองปกคลุมไปทั้งหมด

"และภาพการปิดโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร วิทยาลัยอาชีวะ และมหาวิทยาลัย ก็ออกมาเป็นคำสั่งจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ต้องเซฟชีวิตลูกหลานเอาไว้ไม่ให้รับผลกระทบ และยังไม่นับรวมข้อเรียกร้องให้ผู้ประกอบการแต่ละแห่งควรจัดให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านกันได้แล้ว เพราะฝุ่นพิษมันเล่นงานสุขภาพอย่างหนักหน่วงแทบทุกวัน"

ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่ามาจากหลายต้นเหตุอย่างแท้จริง ทั้งการพัฒนาระบบสาธาณูปโภคของภาครัฐที่กระหน่ำอย่างหนักเพื่อหวังผลให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้น ทั้งการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายที่เร่งเดินหน้า หรือแม้แต่ต้นเหตุของปัญหาจากประชาชนด้วยกันเองที่เป็นตัวก่อ "มลพิษ" ทั้งการใช้รถยนต์ที่ปล่อยควันพิษออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ การสูบบุหรี่ และแม้แต่สภาพอากาศเองเช่นกันที่นิ่ง ไม่ลอยตัว ไม่มีลม ฝุ่นจึงถือโอกาสปกคลุมดั่งที่ทุกคนได้เห็นกัน

ภาพที่เห็นไม่ใช่หมอก แต่มันคือฝุ่นละอองที่ปกคลุมอยู่ในเมืองกรุง

ภาพที่เห็นไม่ใช่หมอก แต่มันคือฝุ่นละอองที่ปกคลุมอยู่ในเมืองกรุง

ภาพที่เห็นไม่ใช่หมอก แต่มันคือฝุ่นละอองที่ปกคลุมอยู่ในเมืองกรุง 

ชินตาคนกรุงเทพไปเสียแล้ว กับภาพฝุ่นละอองที่ปกคลุมบนท้องฟ้า

ชินตาคนกรุงเทพไปเสียแล้ว กับภาพฝุ่นละอองที่ปกคลุมบนท้องฟ้า 

วกมาที่ "ปัญหาด้านรถยนต์" ที่ดูเหมือนจะเป็นอีกหนึ่งผู้ร้ายที่ร่วมกันก่อมลพิษเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะออกแอ็คชั่นอย่างดุเดือดว่า

"หากจากนี้ใครเห็นรถยนต์ปล่อยควันดำ หรือรถเมล์ก็ตาม ให้แจ้งตำรวจ หรือแจ้งมาที่เฟจเฟซบุกส์ผมทันที ผมจะจัดการให้เลย"

หรือแม้แต่ที่ว่า "รถยนต์ควันดำต้องไม่มี ทุกคนต้องมาช่วยกันแล้ว ปล่อยไว้ไม่ได้ ต่อไปถ้าเจอรถยนต์ควันดำตำรวจจต้องจับ จับแล้วเอาไปจอดไว้เลย แก้ไขเรื่องควันได้แล้วค่อยมาเอารถไป ทุกคนก็ไร้ซึ่งความรับผิชอบ ปัญหาฝุ่นพิษทุกวันนี้มันก็เกิดจากพวกเราทุกคน"

สองประโยคคงสะท้อนได้เห็นภาพชัดว่า "รถยนต์" ที่ "ควันดำ" ก็สร้างมลพิษให้ไม่น้อยกับปัญหาฝุ่นที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อีกทั้ง คนไทยเองทุกคนก็ต้องยอมรับว่าเรายังขาดความรับผิดชอบดั่งที่ผู้นำประเทศได้ย้ำเตือนกันเอาไว้ เพราะไปทุกท้องถนนก็ยังเป็นรถยนต์โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่เร่งเครื่องกันแต่ละที ก็พาควันดำออกมาให้สูดดมกันด้วย

ดูเพิ่มเติม
>> 
มลพิษฝุ่นควันใน กทม. เกิดจากเครื่องยนต์ดีเซล มาตรการแก้ไขควรเป็นแบบใด
>> เริ่มแล้ว! ตรวจจริง-จับจริง-ปรับจริง รถซิ่ง ควันดำ ลดฝุ่น PM2.5

แอคชั่นจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะหากคนยังไม่ช่วยกัน

แอคชั่นจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะหากคนยังไม่ช่วยกัน

หรือแม้แต่ล่าสุดที่ "กรมควบคุมมลพิษ" ได้เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง "กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ" โดยระบุว่า ด้วยสถานการณ์ปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ก่อให้เกิดเหตุรำคาญเป็นบริเวณกว้างและเกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงอาศัยอำนาจแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ พ.ศ.2561 เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกประกาศ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้กำหนดแหล่งที่ก่อเหตุรำคาญในพื้นที่ คือ รถยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน การเผาในที่โล่งได้แก่ การเผาหญ้า เผาตอซังข้าว และเผาขยะ และกิจกรรมการก่อสร้าง โดยห้ามไม่ให้นำรถเครื่องยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานมาวิ่งใช้งานบนท้องถนน ห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภทในพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ต้องปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด

โดยจะต้องรายงานผลการดำเนินงานตามประกาศพื้นที่ควบคุมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน 7 วัน และหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศไว้ในที่เปิดเผยที่สำนักงานเขต และบริเวณที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ

แม้ว่ามาตรการระยะสั้นที่ภาครัฐจะเลือกใช้วิธี "ฉีดน้ำ" ขึ้นสู่ระดับอากาศเพื่อละลายค่าฝุ่นพิษอันตรายให้เจือจางลง และทุก 50 เขตของกรุงเทพมหานครต่างก็ต้องหาทางทำให้ค่าฝุ่นละอองลดลงให้ได้ เพราะล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้คาดโทษเอาไว้อีกหากพื้นที่ไหนปล่อยปะละเลยต่อปัญหา แต่ก็ต้องว่ากันให้เห็นภาพในระยะยาวว่า รถยนต์อาจจะต้องมีการจัดการที่ดีกว่านี้ในปัจจุบันหากเราเลือกจะให้อากาศมันดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้

รถเมล์ควันดำ ที่กำลังเป็นปัญหาการปล่อยมลพิษจนเป็นเหตุให้เกิดฝุ่นละออง

รถเมล์ควันดำ ที่กำลังเป็นปัญหาการปล่อยมลพิษจนเป็นเหตุให้เกิดฝุ่นละออง 

รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นอีกข้อชี้วัดของปัญหา

รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นอีกข้อชี้วัดของปัญหา 

ข้อคิดเห็นจาก รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถอดความคิดเห็นถึงการแก้ไขปัญหาไว้อย่างน่าสนใจ ว่า คนกรุงเทพฯ จะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้สามารถรับมือกับปัญหาฝุ่นจิ๋วนี้ให้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น เช่น การใส่หน้ากากในช่วงที่มีปริมาณฝุ่นอยู่ในระดับสูง การงดกิจกรรมทางกายกลางแจ้ง การใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้าน การเช็ดถูบ้านด้วยผ้าเปียก แทนการกวาดบ้านหรือดูดฝุ่น เป็นต้น

"แต่ในระยะยาว ต้องอาศัยทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการลดที่มาของฝุ่นทั้งแหล่งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เช่น โรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหิน การขนส่งต่างๆ ต้องมีการควบคุมปริมาณฝุ่นให้ลดลงตามมาตรฐานสากล การลดการบริโภคสินค้าที่ก่อให้เกิดฝุ่นควันมากขึ้น เช่น ยาสูบทุกประเภท นอกจากนี้ ภาครัฐอาจต้องเข้ามาช่วยเหลือในการพัฒนานวัตกรรมในการผลิตและขนส่งให้มีฝุ่นน้อยลง การตรวจสอบมาตรฐานเครื่องยนต์ต่างๆ เช่น รถยนต์ที่เสื่อมสภาพ รถยนต์ดีเซลต้องได้รับการตรวจตราที่เข้มงวดอย่างจริงจัง" รศ.นพ.ฉันชาย ฉายภาพทางแก้ไขปัญหา

สิ่งนี้ย่อมสะท้อนได้ว่ารถยนต์อาจจะเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขในขณะนี้ เพื่อเราจะได้หาทางออกที่ดีต่อสภาพอากาศในอนาคต และแน่นอนว่าทิศทางการใช้ "รถยนต์ไฟฟ้า" จึงเริ่มต้นขึ้น และอย่างที่ประธานสมาคมรถยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย เคยระบุเอาไว้ใน Chobrod ด้วยเช่นกันว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในชั่วยามนี้ อาจจะส่งผลดีให้รัฐบาลต้องเร่งผลักดันให้มีรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมากเพื่อมาเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ

ประชาชนกังวลหนักเรื่องลดปัญหามลพิศอากาศ

ประชาชนกังวลหนักเรื่องลดปัญหามลพิศอากาศ

หลายอาคารสูงของเอกชน ก็เริ่มฉีดน้ำเข้าช่วย

หลายอาคารสูงของเอกชน ก็เริ่มฉีดน้ำเข้าช่วย 

หรือแม้แต่ภาครัฐที่ระดมฉีดน้ำหวังเจือจางฝุ่นด้วยเช่นกัน

หรือแม้แต่ภาครัฐที่ระดมฉีดน้ำหวังเจือจางฝุ่นด้วยเช่นกัน 

แต่ขณะนี้ก็ต้องเร่งรณรงค์และขอความร่วมมือที่เป็น  "ความรับผิดชอบ" ของผู้ใช้รถยนต์โดยเฉพาะกับเครื่องยนต์ดีเซล ที่รัฐบาลต้องการอย่างหนักให้ "เปลี่ยนน้ำมัน" มาใช้ดีเซลประเภท B20 แทนกับของเดิม แม้มันอาจจะไม่ทำให้เร่งได้แรงดั่งใจ แต่มันก็ช่วยปอดของคนทุกคนได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำมันดีเซล B20 สามารถเผาไหม้และช่วยลดการปล่อยควันพิษได้มากกว่า

กระนั้นก็ตาม กระนั้นก็ตาม สนธิ คชวัฒน์ เลขาธิการชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ฉายภาพถึงข้อปัญหาเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ที่มีผลต่อสภาพอากาศที่เป็นฝุ่นละอองอันตรายว่า รัฐบาลอาจจะต้องเตรียมแผนอย่างเป็นรูปธรรม จะนำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศให้เกิดขึ้นจริง และเมื่อมีการผลิตออกมาแล้ว ต้องมีมาตรการด้านภาษีที่ทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าต่ำเท่าที่จะต่ำได้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและได้ใช้กันอย่างแพร่หลายให้เต็มถนน

"แต่รถยนต์โดยสารสาธารณะ หรือรถเมล์ มันก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือ NGV ให้หมดแทนการใช้น้ำมันดีเซล หรือระบบขนส่งสาธารณะระบบรางก็ต้องครอบคลุมให้มากยิ่งขึ้นเพื่อลดการใช้รถยนต์ให้ได้มากที่สุด" อาจารย์สนธิ เสริมความเห็น 

ปริมาณรถยนต์ที่หนาแน่น อาจเป็นอีกสาเหตุของปัญหาฝุ่นพิษ

ปริมาณรถยนต์ที่หนาแน่น อาจเป็นอีกสาเหตุของปัญหาฝุ่นพิษ

ท้ายสุด อาจารย์สนธิ สะท้อนให้เห็นภาพตัวอย่างในต่างประเทศเกี่ยวกับการจัดการรถยนต์ควันพิษที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นที่ เยอรมัน หรือญี่ปุ่น จะมีกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้รถยนต์ใช้น้ำมันดีเซลวิ่งเข้าตัวเมืองชั้นในอย่างเด็ดขาด หรือหากจะเข้ามาในเขตเมืองก็ต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้สัญลักษณ์ว่าใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมจากก๊าซธรรมชาติ หรือรถยนต์ไฟฟ้า หรือผ่านการรับรองเครื่องยนต์ตามมาตรฐานยูโรเท่านั้น จะเห็นได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายมีความเข้มข้น และพลเมืองมีความรับผิดชอบ จึงทำให้ปัญหามลพิษไม่เกิดขึ้นมากนัก

อย่างไรก็ตามที่ตลาดรถ Chobrod หวังว่าสภาพอากาศในชั่วยามนี้จะทุเลาเบาบางลง และมันก็น่าจะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้คนกรุงเทพฯ ต้องตระหนักถึงปัญหาการปล่อยมลพิษที่เราๆ ทุกคนได้ก่อมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม เพื่อหาทางยับยั่งไม่ให้ปัญหามันเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีอากาศบริสุทธิ์ไว้สูดหายใจกันได้อีกเลย

ดูเพิ่มเติม 
>> 
ฝุ่นพิษอาจส่งผล ดัน“ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า” สดใส
>> ปัญหา “ฝุ่น PM 2.5” ทั่วกรุงเทพฯ แปลกใจทำไมคนไทยไม่รณรงค์ใช้รถโดยสารแทนรถส่วนตัว ?!

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้