Toyota Fortuner มือสองน่าซื้อไหม? มาดูกัน

ประสบการณ์ใช้รถ | 31 ธ.ค 2561
แชร์ 3

เพื่อนๆ คนไหนที่กำลังมองหารถครอบครัว ที่สามารถนั่งกันไปได้หลายคน ตอนนี้ก็จะมีรถของค่าย Toyota อย่าง Toyota Fortuner ที่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ แต่หลายคนมีงบในกระเป๋าอาจไม่ถึงมือหนึ่ง เลยหันมาดูมือสองแทน วันนี้ทาง Chobrod จึงจะมาหาคำตอบให้เพื่อนๆ กันว่า Toyota Fortuner มือสองนี้ จะมีคุณสมบัติ ภายใน ภายนอก เครื่องยนต์ และความปลอดภัย ที่น่าซื้อหรือไม่ คุ้มค่าไหม วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะ

Toyota Fortuner รุ่นมาตารฐาน และ Toyota Fortuner รุ่น TRD Sportivo

Toyota Fortuner รุ่นมาตารฐาน และ Toyota Fortuner รุ่น TRD Sportivo

Toyota Fortuner รุ่นมาตารฐาน และ Toyota Fortuner รุ่น TRD Sportivo

สำหรับ Toyota Fortuner เป็นรถยนต์แนวครอบครัว ซึ่งต้องยอมรับว่าเขาออกแบบได้ค่อนข้างคุ้มค่าพอสมควรเลยค่ะ อย่างที่ถูกใจหลายคนเลยก็จะเป็นในเรื่องของที่นั่ง ซึ่งสามารถนั่งกันได้หลายคน และตัวรถยนต์เองเป็นคันใหญ่สมารถขับลุยไปได้ทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเขา หรือทางขรุขระก็หมดปัญหา เราจึงเห็นภาพครอบครัวใหญ่ๆ เวลาออกทริปก็จะมี Toyota Fortuner นี่แหละที่เป็นพาหนะคู่ใจ และเป็นที่นิยมของคนทุกวัย ทั้งนี้ทาง Toyota ได้ออกแบบมา Toyota Fortuner มา 2 รุ่นด้วยกันคือ รุ่น Fortuner ธรรมดา และ รุ่น Fortuner TRD Sportivo ที่เพิ่มการออกแบบที่ดูสปอร์ตมากขึ้น

ภายนอกของ Fortuner

ภายนอกของ Fortuner

ภายนอกของ Fortuner

ภายนอกของ Fortuner

มาดูด้านภายนอกกันก่อน ภายนอกของ Toyota Fortuner ได้ออกแบบมาพร้อมกับไฟหน้า Bi-beam LED มีไฟตัดหมอกด้านหน้า และด้านหลัง ข้างหน้ารถมีกระจังหน้า และกันชนหลังออกแบบอย่างโฉบเฉี่ยว ด้านข้างมาพร้อมกับไฟเลี้ยว และมีระบบ Welcome Light

ภายในของ Fortuner

ภายในของ Fortuner

ภายในของ Fortuner

ภายในของ Fortuner

ภายในของ Fortuner

ส่วนภายใน Toyota Fortuner มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi-information display) และมาตราวัดเรืองแสงดีไซน์ล้ำ แบบ Optitron มีระบบ Push Start ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) โดยออกแบบพวงมาลัยมีหุ้มหนังสไตล์สปอร์ต พร้อมสวิตซ์ควบคุม มีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบ 2 ตอน บริเวณที่นั่งแถว 2 และ 3 มีระบบนำทาง Navigator พร้อมเครื่องเล่น DVD มีช่องต่ออุปกรณ์ USB, iPOD และ AUX ด้านบนมีที่เก็บแว่นตาพร้อมกับไฟส่องสว่าง LED ตรงกลางมีเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift

เครื่องยนต์ ของ Toyota Fortuner

เครื่องยนต์ ของ Toyota Fortuner

ด้านเครื่องยนต์ Toyota Fortuner เป็นเครื่องยนต์ GD Efficient Boost สามารถลดการสูญเสียความร้อน และแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ ให้แรงบิดสูงสุดในรอบกว้าง Flat Torque พร้อมประหยัดน้ำมันในทุกการเดินทาง เครื่องยนต์เงียบ และสั่นสะเทือนน้อยกว่า ใช้เครื่อง VN Turbo ระบบเทอร์โบแปรผันใหม่  ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงแต่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ พร้อมระบบการ เปิด-ปิด ปรับแรงดันอากาศด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแม่นยำสูงสุด ช่วยส่งกำลังแบบต่อเนื่องทุกความเร็วรอบ และมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วขณะ และจะสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง ช่วยประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และขณะเครื่องยนต์หยุดทำงาน เครื่องปรับอากาศยังคงส่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง มีความน่าสนใจไม่น้อย สำหรับ Toyota Fortuner มีครื่องยนต์ดีเซล และเบนซิล โดยแต่ละรุ่นมีข้อมูลเครื่องยนต์ ดังนี้

  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 แรงม้า) ที่ 3400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน - เมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบ/นาที
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด/ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด) ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,000 รอบ/นาที
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร Dual VVT-i (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ให้กำลังสูงสุด 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เใมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที (รองรับน้ำมัน E20)

ดูเพิ่มเติม

>> Toyota Fortuner 2018 ปลอดภัยหรือไม่ มาดูกัน

>> Toyota จัดหนัก แจกเต็มๆ ต้อนรับปีใหม่ กับโปรโมชั่น Toyota Vios, Toyota Yaris และ Toyota Yaris Ativ

โหมดขับขี่ ใน Toyota Fortuner

โหมดขับขี่ ใน Toyota Fortuner

 

ทั้งนี้ ในส่วนระบบขับเคลื่อน ของ Fortuner ที่น่าสนใจเลยคือ เป็นระบบซิกม่าโฟร์ คนขับสามารถเลือกโหมดขับขี่ได้ตามต้องการ มีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (H2) สำหรับสภาพถนนปกติ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (H4) สำหรับสภาพถนนเปียกลื่น และลูกรัง เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่เกาะถนนและความปลอดภัย และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (L4) สำหรับทางวิบาก และเส้นทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง

ความปลอดภัยของ Toyota Fortuner

ความปลอดภัยของ Toyota Fortuner

ส่วนด้านความปลอดภัย Toyota Fortuner มาพร้อมความปลอดภัยแบบครบครัน มาตรฐานความปลอดภัยของ Toyota Fortuner มาพร้อมกับโครงสร้างนิรภัย GOA ที่สามารถช่วยดูดซับแรงกระแทก เทคโนโลยีเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสาร จากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับ และกระจายแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดความเสียหายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อย่างดี มีเข็มขัดนิรภัย แบบ ELR บริเวณ 3 จุด 7 ที่นั่ง พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ สำหรับเบาะคู่หน้า ด้านคนขับมีพวงมาลัยแบบยุบตัวได้ ถูกออกแบบให้ยุบตัวได้เวลาชน เพื่อป้องกันแรงกระแทกจากด้านหน้า และมีระบบสัญญาณเตือนโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System) ด้วยการส่งสัญญาณเตือนภัยเวลาโดยโจรกรรม มีกุญแจสมาร์ทคีย์ พร้อมระบบ Immobilizer สามารถตรวจสอบรหัสกุญแจของเครื่องยนต์ ป้องกันการสตาร์ท ในกรณีรหัสไม่ตรงกัน ช่วยให้ปลอดภัยอย่างเต็มที่ และระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด : ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง ด้านข้าว 2 ตำแหน่ง ม่าน 2 ตำแหน่ง เข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง

ทั้งนี้ มีไฟส่องสว่างแบบ LED (Electronic Brake-force Distribution) สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกล เสริมความปลอดภัยให้มากขึ้น มีดิสเบรกขนาดใหญ่ 4 ล้อ ที่ปัดน้ำกระจกพร้อมระบบไล่ฟ้า มีไฟเบรคดวงที่3 แบบ LED ช่วยให้ผู้ขับขี่ที่ตามมาด้านหลังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนรัศมีเลี้ยวได้แคบสุด 5.8 เมตร มีกล้องมองหลัง และเซ็นเซอร์ช่วยกะระยะการถอยหลัง นอกจากนี้ Toyota Fortuner ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยดังนี้

ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC

ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC

  • มีระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control) เซ็นเซอร์จะปรับแรงดันเบรก และกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม เมื่อวิ่งบนท้องถนน ขรุขระ หรือใช้งานลากจูง และเผชิญลมพัดขวางรุนแรง ช่วยรักษาสเถียรภาพ ป้องกันรถส่าย หรือหรือเสียการทรงตัว
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control) ระบบจะเพิ่มแรงดันเบรกไปยังล้อทั้ง 4 อัติโนมัติ ป้องกันรถไหลในจังหวะออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control) ป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรีเมื่อขับอยู่บนผิวถนนทื่ลื่นซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถลทำให้รถเสียการทรงตัว

ระบบกระจายแรงเบรก EBD

ระบบกระจายแรงเบรก EBD

  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ปลอดภัยทุกการขับขี่ โดยระบบช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้ออย่างสมดุล เพื่อป้องกันอาการท้ายสะบัด และกระจายแรงเบรกล้อซ้าย-ขวา เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) ตรวจวัดระดับการทรงตัวของรถ และควบคุมรถให้ทรงตัวอย่างมั่นคง แม้ในทางโค้งหรือถนนที่เปียกลื่น โดยสั่งการให้เครื่องยนต์ลดความเร็วอัตโนมัติ และเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกไปยังล้อเพื่อประคองการทรงตัวที่ลื่นไถลให้กลับสู่การทรงตัวที่สมดุล
  • ระบบเบรก ABS (Anti-Lock Braking System) ป้องกันล้อล็อค และการลื่นไถลจากการเบรกกะทันหัน ช่วยให้คุณสามารถควบคุมรถได้ แม้ในสถานการณ์คับขัน
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) ในสภาวะฉุกเฉิน และแรงเบรกจากผู้ขับไม่เพียงพอต่อการหยุดรถ ระบบจะเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อช่วยให้สามารถหยุดรถได้ในระยะที่ปลอดภัย

สำหรับราคา Toyota Fortuner ป้ายแดงแต่ละรุ่น จะมีดังนี้

Toyota Fortuner 2.4G 2WD MT ราคา 1,239,000 บาท

Toyota Fortuner 2.4V 2WD AT ราคา 1,419,000 บาท

Toyota Fortuner 2.7V 2WD AT ราคา 1,569,000 บาท

Toyota Fortuner 2.8V 2WD AT ราคา 1,593,000 บาท

Toyota Fortuner 2.4V 4WD AT ราคา 1,499,000 บาท

Toyota Fortuner 2.8V 4WD AT ราคา1,663,000 บาท

Toyota Fortuner 2.8 TRD Sportivo 4WD AT ราคา 1,722,000 บาท

Toyota Fortuner 2.8 TRD Sportivo 4WD AT Black Top ราคา 1,728,50 บาท

Toyota Fortuner 2.8 TRD Sportivo 2WD AT ราคา 1,652,000บาท

Toyota Fortuner 2.8 TRD Sportivo 2WD AT Black Top ราคา 1,658,500 บาท

Toyota Fortuner 2.8 TRD

สรุป ถ้าใครคิดจะซื้อรถ Toyota Fortuner บอกเลยว่าคุ้มค่าแก่การซื้อค่ะ ราคามือหนึ่งป้ายแดงรุ่นล่าสุดอาจดูแพงไปบ้าง แต่ถ้าเป็น รถยนต์มือสอง ราคาจะยิ่งลดลงมากอีกบอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆ เลยค่ะ หากใครกำลังมองหา กำลังตัดสินใจ ก็อย่าลืมเช็ครถยนต์ก่อนตัดสินใจจ่ายตังให้ดีนะคะ เพราะว่ารถยนต์บางคันอาจย้อมแมวได้ เมื่อเราซื้อมาอาจทำให้ต้องเสียเวลาซ่อมแซม เสียเงินเพิ่มได้ ยังไงแล้วเลือกรถยนต์อย่างมีสติ และเลือกรถยนต์อย่างระมัดระวังกันนะคะ

ดูเพิ่มเติม

>>  ระหว่าง Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร ?

>> ทำไม Toyota Fortuner ถึงมีมือสองเยอะแยะไปหมด ?

คราวหน้า Chobrod จะมีบทความอะไรมาให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันต่อ ฝากติดตามกันด้วยน้า