Hella Flush ‘โหลดเตี้ย ล้อแบะ ยางดึง’ อีกหนึ่งสไตล์การแต่งยอดนิยมจากทั่วโลก

ประสบการณ์ใช้รถ | 2 พ.ย 2560
แชร์ 9

อีกแนวทางการแต่งรถสำหรับคนรักรถที่ต้องการสร้าง unique ให้กับรถของตัวเองคือการ ‘โหลดเตี้ย’ แต่การทำให้รถเตี้ยลงกว่าเดิมจากโรงงานเพีบงเล็กน้อยมันอาจดูธรรมดาเกินไป จนเป็นที่มาของการแต่งรถสไตล์ Flush และ Hella Flush ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่วัยรุ่น ญี่ปุ่น, ยุโรปและอเมริกา

Hella Flush กับสิ่งที่รถแนวนี้ต้องมี คือ โหลดเตี้ย ล้อแบะ ยางดึง

Hella Flush กับสิ่งที่รถแนวนี้ต้องมี คือ โหลดเตี้ย ล้อแบะ ยางดึง  
 

เตี้ยให้สุด

การตกแต่งที่มุ่งเน้นไปที่ความสวยงามมากกว่าพลังความก้าวร้าวของเครื่องยนต์ เน้นขับช้าๆ สวยๆ ให้คนมองเห็นรถได้ชัดมากกว่าซัดเครื่องดังๆ ให้ชาวบ้านด่า การแต่งรถแนว Flush สิ่งสำคัญคือเรื่องของ ‘Fitment’ เป็นความพยายามที่จะทำให้ ‘ช่องว่าง’ ระหว่างซุ้มล้อกับยางเหลือน้อยมากที่สุด จนดูเหมือนไม่มีช่วงยุบของโช๊คอัพเลยด้วยซ้ำ ด้วยการโหลดเตี้ย ลดความสูงของรถลงมา แต่รถก็ยังขับใช้งานได้อยู่แม้มันจะอาจจะดูลำบากขึ้นสักหน่อย
 

ยิ่งเตี้ย รถก็ยิ่งดูสวย การตกแต่งแบบนี้ต้องทำให้ช่องว่างระหว่างซุ้มล้อและยางอยู่ ชิดกันมากที่สุด

ยิ่งเตี้ย รถก็ยิ่งดูสวย การตกแต่งแบบนี้ต้องทำให้ช่องว่างระหว่างซุ้มล้อและยางอยู่

ชิดกันมากที่สุด
 

การจะสร้าง Fitment ด้วยการแค่โหลดเตี้ยสุด อาจจะยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะต้องประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญหลักๆ ‘ล้อและยาง’ การที่จะทำให้ซุ้มล้อกับแก้มยางมาอยู่ใกล้ติดชิดกันมันต้องมีศิลปะในการจัดสักหน่อย ใส่ ‘ยางดึง’ ทำให้ช่วงล่างสามารถยุบลงได้เมื่อขับขี่ใช้งานบนท้องถนน ซุ้มล้อไม่กระแทกหน้ายางแต่จะไปเฉียดๆ ที่แก้มยางแทน
 

สิ่งที่ต้องแลกถ้าคิดจะแต่งสไตล์นี้

แต่งรถสไตล์นี้สิ่งที่จะหายไปคือความนุ่มนวลของช่วงล่างในขณะขับขี่ ความพยายามที่จะให้ซุ้มล้อทั้งสี่อยู่ติดชิดขอบยางจะมาพร้อมกับความกระด้าง โช๊คอัพที่ปรับขนาดความสูง-ต่ำได้ ถูกปรับลดความยาวเพื่อให้รถเตี้ยที่สุดแค่พอที่จะขับขี่ได้ หรือถ้าต้องการเตี้ยแบบประหยัดก็ตัดสปริงของโช๊คอัพ อัดน้ำมันเบอร์สูงให้แข็งขึ้น ช่วงยุบมีน้อยลง กันไม่ให้ซุ้มล้อกระแทกโดนกับแก้มยางเวลาที่ขับอยู่บนท้องถนน
 

โหลดเตี้ยมากๆ ช่วงยุบของโช๊คอัพที่น้อยกว่าทำให้ความนุ่มนวลของการขับขี่หายไป

โหลดเตี้ยมากๆ ช่วงยุบของโช๊คอัพที่น้อยกว่าทำให้ความนุ่มนวลของการขับขี่หายไป
 

จำนวนผู้โดยสารจะนั่งได้น้อยลง จากที่นั่งเบาะหลังได้ 3 คนอาจจะเหลือแค่คนเดียวเพราะล้อหลังเมื่อรับน้ำหนักที่บรรทุกมาก ช่วงยุบจากที่น้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงไปใหญ่ อาจกระแทกซุ้มล้อเมื่อเจอหลุมเจอบ่อง่ายขึ้น ต่อเนื่องไปจนถึงความเร็วที่อาจไม่ได้เกี่ยวกับรถ แต่เป็นที่ ‘คนขับ’ จะไม่อยากขับเร็วๆ เผื่อเจอหลุมเจอบ่อตามถนนเมืองไทยที่หลายคนต่างรู้กันอยู่ว่าไม่ค่อยจะเรียบเนียนนัก ขับเร็วๆ หลบไปทัน รถกระแทกซุ้มแรงๆ อาจเกิดความเสียหายได้

 

ล้อและยางเป็นสิ่งสำคัญของการแต่งสไตล์นี้

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ รถขนาด B-Segment อย่าง Jazz, City, Vios ออกมาจากโรงงานล้อและยางจะมีขนาดที่เหมาะสมคู่กันตามสเปค ล้อหน้ากว้าง 7 นิ้ว ยางขนาด 165,175 เป็นขนาดมาตรฐาน แต่การแต่งรถสไตล์นี้ต้องมีการฝืนธรรมชาติกันนิดนึง ใส่ล้อขนาดใหญ่ขึ้น หน้ากว้างขึ้นกว่าเดิม เป็นสัก 8 หรือ 10 นิ้ว ถ้าต้องการให้เป็น ‘ยางดึง’ เพื่อล้อดูกลมสวย ยางที่ใช้ก็ต้องเล็กกว่า ไม่ขยายตามขนาดล้อที่กว้างขึ้น ถ้าล้อขนาด 8 นิ้วรถแต่งซิ่งทั่วไปตามสเปคจะใส่ยางขนาด 205,215 แต่ถ้าต้องการให้เป็นยางดึง จะใส่ยางที่เล็กกว่าที่สเปคล้อกำหนดเช่นใส่ขนาด 185,195 เป็นต้น
 

ล้อกว้างกว่าขนาดยาง จำเป็นต้องใช้ปืนลมช่วยยิงขึ้นขอบ

ล้อกว้างกว่าขนาดยาง จำเป็นต้องใช้ปืนลมช่วยยิงขึ้นขอบ
 

การจะใส่ยางไซส์เล็กกับล้อที่หน้ากว้างกว่ากำหนด จะใส่ด้วยวิธีปกติทั่วไปก็คงไม่ได้จึงเป็นที่มาของ ‘ปืนบาซูก้า’ เครื่องมือสำหรับยิงลมแรงดันสูงเพื่อใช้ในการขึ้นขอบยาง  ช่วยให้ใส่ยางขนาดเล็กกับล้อหน้ากว้างข้ามสเปคได้ตามต้องการ คนที่ใส่ยางดึงแบบนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของมันสักหน่อย เมื่อยางดึง แก้มยางปิดกับขอบล้อไม่สนิทเท่ายางที่ขนาดมาตรฐานตรงกับล้อ เป็นที่มาของการที่ต้องหมั่นตรวจสอบลมยางเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งเพราะลมยางจะลดน้อยเร็วกว่าปกติ
 

บาซูก้า ปืนยิงลมแดงดันสูงเพื่อให้ยางขนาดเล็กเกาะขอบล้อกว้างๆ ได้ออกมาเป็น ยางดึง ดูกลมแบบนี้

บาซูก้า ปืนยิงลมแดงดันสูงเพื่อให้ยางขนาดเล็กเกาะขอบล้อกว้างๆ ได้ออกมาเป็น ยางดึง ดูกลมแบบนี้

บาซูก้า ปืนยิงลมแดงดันสูงเพื่อให้ยางขนาดเล็กเกาะขอบล้อกว้างๆ ได้ออกมาเป็น

ยางดึง ดูกลมแบบนี้
 

รีดซุ้มล้อ ‘ขับไปไม่ติด’

ซุ้มล้อเดิมๆ จากโรงงานถูกทำมาหนาตามกรรมวิธีการผลิตรถยนต์ทั่วไป แต่เมื่อซุ้มล้อมีความหนามากเกินไปอาจไม่เหมาะกับการตกแต่งสไตล์นี้ ช่วงจังหวะการยุบของโช๊คอัพทำให้ล้อและยางชุดใหม่ที่ขนาดใหญ่กว่าเดิมไปโดนซุ้มได้ การพับและรีดซุ้มล้อให้บางลงจึงเป็นสิ่งสำคัญ การรีดซุ้มล้อจะมีเครื่องมือเฉพาะสำหรับการรีดให้บาง และต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญในการทำขั้นตอนนี้ด้วย แต่ถ้าการรีดยังทำให้ซุ้มบางได้ไม่พอ ล้อยังมีติดอยู่ก็จำเป็นที่จะต้องเจียซุ้มออกให้บางที่สุด  
 

เครื่องมือสำหรับช่วยรีดซุ้มให้บางลง

เครื่องมือสำหรับช่วยรีดซุ้มให้บางลง
 

ล้อใหญ่ ล้อยื่นก็ปรับ Camber (ลบ) ช่วยได้

หลายคนที่ยังไม่ที่ไม่เข้าใจอาจเหมารวมกับการแต่งแนวนี้ง่ายๆ ว่าเป็นแค่การใส่ล้อที่ขนาดกว้างกว่าปกติ จนล้อยื่นออกมาข้างนอกซุ้ม แต่ความจริงแล้วการแต่งแนวนี้แม้จะใส่ล้อกว้างล้อยื่นมากแค่ไหน ก็ต้องถูกจัดเก็บเข้าไปในซุ้มให้ได้ อ้าว! หลายคนคงงง ว่าล้อยื่นมาเยอะขนาดนี้แล้วจะทำยังไงเพื่อเก็บล้อให้ไปอยู่ในซุ้ม สมกับคำที่เมืองนอกมักใช้กันที่ว่า “Art Of Fitment”
 

ปรับองศา Camber เป็นลบมากหน่อยเพื่อให้ล้อที่ยื่นยังอยู่ในซุ้ม

ปรับองศา Camber เป็นลบมากหน่อยเพื่อให้ล้อที่ยื่นยังอยู่ในซุ้ม  
 

จนเป็นที่มาของการ ’แบะล้อ’ ปรับ Camber ให้องศาเป็น ‘ลบ’ ล้อเอียงเพื่อหลบซุ้ม อีกขั้นของแนว ‘Flush’ ที่เรียกว่า ‘Hella Flush’ จังหวะที่โช๊คอัพยุบ รับแรงกระแทก ล้อจะเข้าไปอยู่ในซุ้มได้อย่างพอดิบพอดี ต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญเกี่ยวกับการปรับแต่งช่วงล่างให้ Fitment สามารถขับใช้งาน ก็เหมือนกับช่างที่ชำนาญด้านการโมดิฟายเครื่องยนต์ให้แรง ให้วิ่ง ศิลปะของการปรับแต่ง Fitment ก็ไม่แตกต่างกัน การปรับ Camber จะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนได้ไม่เต็มเพราะฉะนั้นไม่ควรใช้ความเร็วมากเกินไปในขณะขับขี่ อาจเป็นอันตรายได้ อีกทั่งต้องหมั่นสลับยางเพื่อให้ หน้ายางที่ไม่ได้สัมผัสพื้นถนนมาถูกใช้งานบ้างก็เป็นอีกหนึ่งการดูแลของรถสไตล์นี้
 

Hella Flush กับสิ่งที่รถแนวนี้ต้องมี คือ โหลดเตี้ย ล้อแบะ ยางดึง

การจัด Fitment ให้เตี้ยมากกว่าแต่ขับใช้งานได้ ต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญและความพอใจของเจ้าของรถ ว่ายอมรับความเตี้ยให้ติดซุ้มได้มากน้อยแค่ไหน

การจัด Fitment ให้เตี้ยมากกว่าแต่ขับใช้งานได้ ต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญและความพอใจของเจ้าของรถ ว่ายอมรับความเตี้ยให้ติดซุ้มได้มากน้อยแค่ไหน
 

ถ้ารถที่ไม่เน้นเรื่องการใช้งานมากนัก ขับใช้งานสัปดาห์ละ 2-3 วัน เน้นความสวยเป็นหลัก โดดเด่นมีสไตล์ Hellaflush มี Fitment ล้อโตยางดึง สามารถเรียกความสนใจดึงดูดสายตาได้มากกว่า แต่คนที่ทำต้องรัก ต้องชอบสไตล์นี้จริงๆ เพราะการขับขี่ไม่ใช่ง่ายๆ เลยทั้งความเตี้ยที่ ‘เตี้ยมาก’ ต้องคอยระวัง เจอหลุม ลูกระนาดก็ต้องคอยเบรคให้ดี ‘ขับเหนื่อย’ กว่าการแต่งรถแบบอื่นๆ อีกทั้งเรื่องการดูแล ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่หายไป การใช้งานรถได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เป็นเงื่อนไขของคนแต่งรถสไตล์นี้ต้องยอมรับให้ได้ ถ้าชอบจริงอะไรก็ห้ามไม่อยู่ ถูกไหม?

 

>> 6 สุดยอดรถแต่ง จากงานรถแต่งชื่อดังระดับโลก Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น มาถึงเมืองไทยแล้ว!!!
>> 8 รุ่นแม็กซ์สวย ยอดนิยมในเมืองไทย ทั้งแต่งซิ่งแต่งสวย ก็ต้องโดน
>> รวบรวมของแต่งรถสุดบรรเจิด ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง