Big Data กับ 5 คุณประโยชน์เพื่อวงการรถยนต์

ประสบการณ์ใช้รถ | 3 ก.ย 2561
แชร์ 0

Big Data คำนี้หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาแล้วและก็เริ่มมีบทบาทมาใช้ช่วงหลังนี้มากขึ้น มีข้อมูลเยอะๆแล้วดียังไง จะเสพข้อมูลทั้งหมดนั้นไหวหรือไม่ มีน้อยๆไม่ดีกว่าเหรอ การมี Big Data มันดีอย่างไรวันนี้เรามาลองดูกันครับ

มนุษย์

ตั้งแต่ราวๆ200,000ปีที่แล้วที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงมีการวิวัฒนาการมาเรื่อยๆและเกิดเป็นมนุษย์อย่างจริงๆจังๆในที่สุด “มนุษย์” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Homo Sapiens (โฮโมซาเปี้ยน) มาจากภาษาละตินที่แปลว่า คนฉลาด ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์แล้วถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความฉลาดมากที่สุด โดยต้นกำเนิดของมนุษย์มาจากทวีปแอฟริกาและก็ขยายถื่นฐานไปเรื่อยๆจนกระจายไปทั่วทุกทวีปทั่วโลก จนกระทั่งทุกวันนี้มีจำนวนราว 7พันล้านคนทั่วโลก บางประเทศก็มีอัตราการเกิดที่สูง บางประเทศอัตราการเกิดก็ต่ำ แต่รวมๆแล้วแต่ละปีที่ผ่านไปแนวโน้มก็จะยังเป็นไปในทางที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ว่าจะมากจะน้อย และด้วยจำนวนที่มากมายและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันของที่อยู่อาศัยนี้เอง ความรู้สึกนึกคิดแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเลยสักนิด ทำให้เกิดเป็นพฤติกรรมต่างๆมากมายนับล้านล้านรูปแบบ

มนุษย์สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดและวิวัฒนาการมาจากลิง

มนุษย์สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดและวิวัฒนาการมาจากลิง

คอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์เองเป็นผู้คิดค้นขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ค.ศ. 1940 – ค.ศ. 1945) ซึ่งในตอนแรกที่ประดิษฐ์ขึ้นนั้นขนาดของเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องใหญ่พอๆกับห้องใหญ่ๆห้องหนึ่ง และยังต้องใช้พลังงานไฟฟ้าใส่ลงไปให้มันทำงานได้เทียบเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันเป็นร้อยเครื่องรวมกัน หน้าที่หลักของคอมพิวเตอร์คือการคำนวณเรื่องที่จะต้องทำซ้ำๆหรือจัดการกับข้อมูลจำนวนมากๆเพราะมันสามารถทำได้ดีกว่ามนุษย์ หรือตีความอีกนัยหนึ่งก็คือมนุษย์ไม่สามารถคำนวณอะไรซ้ำๆยาวๆได้เหมือนที่คอมพิวเตอร์ทำ และนั่นก็คือเหตุผลที่เราสร้างมันขึ้นมา

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆที่ขนาดเท่าห้องใหญ่ๆห้องหนึ่ง

คอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆที่ขนาดเท่าห้องใหญ่ๆห้องหนึ่ง

ข้อมูล

ข้อมูลเป็นผลผลิตจากพฤติกรรม ความรู้สึกนึกคิด ความต้องการของมนุษย์ และตีความออกมาเป็นชุดข้อมูลที่สามารถเอาไปร่วมมือใช้กับคอมพิวเตอร์ได้ พอมันมีมากขึ้นๆและเอามารวมเข้าด้วยกันก็ทำให้เกิดความสลับซับซ้อนของข้อมูล ทำให้แม้แต่คอมพิวเตอร์เองก็เริ่มยากแก่การจัดการ ไม่ว่าจะเป็นแง่การประมวลผลหรือการจัดเก็บ แต่เมื่อมนุษย์ใช้สมองเรียนรู้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ค้นหาความเชื่อมโยงต่างๆในทุกแง่มุม แล้วนำความเชื่อมโยงนั้นมากสร้างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งส่วนมากก็เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ๆให้เกิดแก่คนทั่วไปและนั่นก็นำมาซึ่งความได้เปรียบทางธุรกิจ ข้อมูลมากๆที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์ได้นี่ล่ะที่เราเรียกกันง่ายๆว่า "Big Data"

Big Data คือขุดข้อมูลที่ใหญ่มาก เชื่อมโยงกับหลายๆสิ่งและสามารถนำมาวิเคราะห์หาแนวโน้มทางธุรกิจได้

Big Data คือขุดข้อมูลที่ใหญ่มาก เชื่อมโยงกับหลายๆสิ่งและสามารถนำมาวิเคราะห์หาแนวโน้มทางธุรกิจได้

ขึ้นชื่อว่า Big Data แล้วล่ะก็จริงๆมันเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการได้แทบทุกประเภทไปจนถึงการเลือกตั้งหาเสียงของนักการเมืองเลย เพราะมันคือชุดข้อมูลของพฤติกรรมและองค์ประกอบอื่นทั้งหมดของลูกค้าที่ใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆ เช่น สมมติห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเก็บข้อมูลการจับจ่ายใช้สอยของคุณไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นซื้อสินค้าอะไร ชอบซื้อแบรนด์ไหน ซื้อวันไหน เวลาไหน ราคาเท่าไร ซื้อบ่อยแค่ไหน เวลามีโปรโมชั่นจะตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้ออย่างไร ฯลฯ และไม่ได้มีคุณเพียงคนเดียว แต่เป็นข้อมูลแบบนี้ของลูกค้าทุกคน ทุกวัน ทุกเวลา ที่เข้ามาใช้บริการในห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ข้อมูลมันจึงใหญ่มากและก็ข้อมูลเหล่านี้เองที่ห้างสรรพสินค้าหรือทางซุปเปอร์มาร์เก็ตนำเอามาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมหรือความต้องการทั้งๆที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว เพื่อสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ๆมาขายให้เราต่อไป ถ้าถามว่าเขาเอาข้อมูลแบบนี้ของเราไปได้อย่างไร ก็ในบัตรสมาชิกทั้งหลายนั่นเอง

ดูเพิ่มเติม
Honda Connect เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะใหม่
“BMW ConnectedDrive” เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด เพื่ออิสระในการใช้ชีวิต

บัตรสมาชิกทั้งหลายก็เป็นการเก็บข้อมูลเพื่อ Big Data อย่างหนึ่ง

บัตรสมาชิกทั้งหลายก็เป็นการเก็บข้อมูลเพื่อ Big Data อย่างหนึ่ง

แล้วมันเกี่ยวกับรถยนต์ตรงไหน

ในแง่ของอุตสาหกรรมรถยนต์แล้ว สมัยก่อนมันแทบจะไม่เคยถูกนำมาใช้เลย เพราะแค่สร้างรถให้ดี ไม่พังง่าย ปลอดภัยก็เต็มกำลังของผู้ผลิตแล้ว แถมสมัยก่อนอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ก็ยังไม่มีอีก แต่กับปัจจุบันไม่ใช่เช่นนั้น Big Data สามารถถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้เช่นกัน จนมีการกล่าวกันว่าข้อมูลทั้งหลายของผู้ขับขี่ในวันนี้จะกำหนดการขับขี่ในวันข้างหน้า ก่อนจะไปถึงสิ่งที่บ่งบอกว่า Big Data ดีกับอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างไร ต้องเข้าใจก่อนว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายหากมี Connected Car หรือ Telematics เกิดขึ้นมาก่อนแล้วเพราะมันจะทำให้การเก็บข้อมูลของผู้ขับขี่ทำได้ง่ายขึ้น และด้านล่างนี้คือข้อดีของการนำ Big Data มาใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์

Connected Car เป็นหัวใจสำคัญในการเก็บข้อมูลเพื่อ Big Data

Connected Car เป็นหัวใจสำคัญในการเก็บข้อมูลเพื่อ Big Data

  1. พัฒนาตัวรถยนต์ ปกติฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยในตัวรถก็ถูกพัฒนามาเรื่อยๆตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับ Passive Safety คือพวกที่เอาไว้ลดอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุเช่นถุงลมนิรภัย หรือระบบ Active Safety คือพวกที่เอาไว้ป้องกันไม่ให้อุบัติเหตุเกิด เช่นระบบเบรก ABS และก็พัฒนามาเป็นระบบ Advanced driver-assistance systems ที่เป็นระบบการป้องกันอุบัติเหตุแบบขั้นสูง เช่นพวก ระบบแจ้งเตือนการชนและช่วยเบรกอัตโนมัติ ที่ปัจจุบันก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นแล้ว ส่วนBig Dataนั้นจะมาช่วยเราในการสร้างรถยนต์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้นในแง่ของการออกแบบชิ้นส่วนรถยนต์ เพราะรถที่คุณภาพดีโอกาสเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมน้อยกว่า เมื่อใช้ Big Data ผู้ผลิตจะสามารถรับรู้ข้อมูลของลูกค้าหรือรถยนต์ที่ลูกค้าใช้ได้มากขึ้น วิเคราะห์ชิ้นส่วนต่างๆได้ มากขึ้น ในแง่ของชิ้นส่วนต่างๆของรถยนต์ เช่น ปัญหาที่เกิดของชิ้นส่วนต่างๆว่าชิ้นส่วนไหนมีปัญหาบ่อยหรือชิ้นส่วนไหนไม่ค่อยมีปัญหา กรณีที่เป็นปัญหา ปัญหาที่เกิดนั้นมาจากเรื่องอะไรเป็นส่วนใหญ่และสร้างปัญหาอะไรให้กับผู้ขับขี่บ้าง ในอนาคตจะได้หาทางออกแบบพัฒนาไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก ส่วนตัวไหนที่ไม่ค่อยมีปัญหาจะได้ลดต้นทุนในการพัฒนาลงได้ เมื่อทางผู้ผลิตออกแบบชิ้นส่วนที่ดีขึ้นมาได้ การทำงานดี โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็จะลดลง ส่วนจะออกแบบชิ้นส่วนเป็นอย่างไร ก็ขึ้นกับการวิเคราะห์ Big Data นั้นว่า ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร

ตัวอย่างของไอเดียที่สามารถพัฒนาได้จาก Big Data กระจกข้างพังบ่อย ก็ทำให้มันเล็กลงกลายเป็นกล้องไป

ตัวอย่างของไอเดียที่สามารถพัฒนาได้จาก Big Data กระจกข้างพังบ่อย ก็ทำให้มันเล็กลงกลายเป็นกล้องไป

ตัวอย่างของไอเดียที่สามารถพัฒนาได้จาก Big Data กระจกข้างพังบ่อย ก็ทำให้มันเล็กลงกลายเป็นกล้องไป

  1. การจราจร Big data นี่แทบจะเป็นผู้เล่นหลักเลยสำหรับการตรวจสอบข้อมูลจราจร เมื่อรถยนต์ทุกคันเชื่อมต่อกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ตหรือฐานข้อมูล จะได้ข้อมูลของผู้ขับจำนวนมหาศาล และจะรู้ด้วยว่ารถยนต์แต่ละคันอยู่ที่ไหน กำลังใช้ความเร็วเท่าไร กำลังมุ่งหน้าไปทิศทางไหน ในเวลาใด หรือว่ารถกำลังเกิดอุบัติเหตุอะไรหรือไม่ วิศวกรจะนำข้อมูลเหล่านี้มาวางแผนระบบการจราจรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ เช่น ถ้ารู้ว่าเวลาไหนรถยนต์ที่ถนนไหนหนาแน่นเป็นจำนวนเท่าไรในแต่ละช่วงเวลาแต่ละวันก็จะได้วางแผนระบายรถยนต์ในพื้นที่นั้นๆและไม่ให้ไปกระทบกับพื้นที่ถนนอื่นๆด้วย ซึ่งปัจจุบันยังที่เราเห็นแบบที่ไม่ใช่Big Data ที่ได้ยินกันบ่อยในวิทยุก็คือปริมาณรถมากเคลื่อนตัวช้า หรือรถหนาแน่นจราจรติดขัดมาก แต่ Big Data จะละเอียดยิบได้ระดับว่ากี่คัน ในเวลากี่โมงกี่นาที ทำเป็นสถิติลงฐานข้อมูลได้เลย

เก็บข้อมูลจากรถหลายๆคันก็สามารถคำนวณหาเส้นทางรถติดและแก้ไขต่อไปในอนาคตได้

เก็บข้อมูลจากรถหลายๆคันก็สามารถคำนวณหาเส้นทางรถติดและแก้ไขต่อไปในอนาคตได้

  1. ระบบประกันภัยรถยนต์ ข้อมูลจาก Big Data จะช่วยในเรื่องการประกันภัยรถยนต์ได้ คือข้อมูลที่รับส่งระหว่างรถยนต์กับบริษัทประกันภัย เช่น ความเร็วที่ใช้ พฤติกรรมการขับขี่ จำนวนกิโลเมตรที่วิ่งในแต่ละวัน ฯลฯ บริษัทประกันภัยสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้มาสร้างเป็นแพ็คเก็จต่างๆให้เหมาะสมกับลูกค้าโดยอ้างอิงจากการวิเคราะห์ผลของ Big Data ในเชิงความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
  2. การบำรุงรักษารถยนต์  Connected Cars จะอัพเดทข้อมูลของสภาพรถยนต์ไปยังศูนย์ข้อมูลกลางได้เพื่อให้ศูนย์บริการได้รับรู้สภาพของรถยนต์ว่ามีชิ้นส่วนไหนที่ต้องได้รับการเปลี่ยนก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ซึ่งสภาพรถยนต์เป็นอย่างไรก็เกิดจากการออกแบบให้มีเซ็นเซอร์ตรวจสอบต่างๆติดที่รถยนต์เพื่อทำหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังศูนย์ข้อมูลกลาง เมื่อเรารู้ว่าชิ้นส่วนไหนวิกฤตเราก็จะได้รีบเข้าซ่อมบำรุง ผู้ผลิตก็ได้ผลตอบแทนเป็นเงิน เราก็ได้รับความปลอดภัย Win-Winทั้งสองฝ่าย
  3. การตลาดของบริษัทรถยนต์ Big Data ต้องมีบทบาทในแง่การตลาดแน่ๆ เพราะผู้ผลิตจะรู้ว่าควรจะยิงโฆษณาแบบไหน ที่ไหน เพื่อให้ตรงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากที่สุด หรือก็คือยิงโฆษณาสื่อสารข้อดีที่ถูกกับความต้องการและพฤติกรรมของเรามากที่สุด(โฆษณาที่เราไม่รู้สึกว่าเกี่ยวกับเรา เราก็คงไม่อยากดู) หรือว่าเราใช้ชีวิตอยู่ปกติในกิจกรรมที่เราสนใจ ผู้ผลิตรถยนต์ก็จะนำข้อมูลข่าวสารของรถยนต์ที่อยู่ในมุมมองที่เราสนใจออกมาใช้ให้ถูกจังหวะเวลา ทำให้เราไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียดข้อมูลให้ (ทั้งๆที่มองเผินๆก็เหมือนยัดเยียด)

บางคนอาจจะคิดว่า ถึงแม้ไม่มี Big Data บริษัทรถยนต์ต่างๆก็อยู่ได้ ก็พัฒนารถยนต์ให้ดี ให้สวย ให้ปลอดภัย ทนทาน ก็พอแล้ว ซึ่งถ้าจะคิดว่าพอมันก็พอครับ แต่หากบริษัทคู่แข่งเอา Big Data ไปใช้ ได้ผลลัพธ์มาพัฒนาสิ่งต่างๆให้ดีขึ้นได้ บริษัทที่ไม่ใช้ก็คงเสียดายแน่ๆและอาจจะต้องยอมเสียส่วนแบ่งการตลาดไป บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตรถยนต์ดีๆได้มาช้านานคงไม่ยอมแน่ๆ เพราะมีการแข่งขันกันระหว่างค่ายรถยนต์ต่างๆแบบนี้เองทำให้ Big Data ยิ่งทวีความสำคัญขึ้นไปอีก

ถ้าแบรนด์อื่นๆใช้แต่มีแบรนด์ที่ไม่ใช้ก็อาจเสียโอกาสทางธุรกิจ

ถ้าแบรนด์อื่นๆใช้แต่มีแบรนด์ที่ไม่ใช้ก็อาจเสียโอกาสทางธุรกิจ

เพื่อนๆชาว Chobrod คงจะพอเห็นภาพความสำคัญของ Big Data แล้วนะครับว่าสามารถสร้างประโยชน์อะไรให้แก่วงการอุตสาหกรรมรถยนต์ได้บ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีระบบ Connected cars หรือระบบ Telematcis เข้ามาใช้ร่วมด้วยจะทำให้การเก็บข้อมูลของ Big Data ทำได้ง่ายขึ้น ผู้ผลิตจะได้นำทรัพยากรไปทุ่มให้กับส่วนที่เป็นการวิเคราะห์ผลของข้อมูลสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เราได้ใช้ต่อไป ให้สมกับที่ว่ามนุษย์ แปลว่า “ผู้ฉลาด”

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่  
อ่านรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์  เชิญที่นี่ 

แท็ก Connected Car Big Data