4 วิธีรับมือกับจุดอับสายตา

11 ก.ย 2562
จุดอับสายตาที่คุณละเลยไป อาจสร้างอันตรายให้คุณแบบคาดไม่ถึง ดังนั้น อย่าประมาท! และอ่านทางนี้ Chobrod ชี้เป้าจุดอับสายตา พร้อมเสิร์ฟวิธีรับมือให้คุณแล้ว

จุดอับสายตา คือ จุดเล็ก ๆ ที่ผู้ใช้รถส่วนใหญ่มักละเลย จนทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดตามมา อาทิ ถอยรถไปชนที่ขับตามมา, เฉี่ยวจักรยานโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือประสานงานกับรถที่สวนทางมา ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น หากผู้ขับขี่มีวิธีรับมือกับจุดอับสายตาเหล่านั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ Chobrod จึงเลือกนำเสนอบทความนี้ เพื่อชี้เป้าจุดอับสายตาและวิธีรับมือ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับทราบนั่นเอง 

1. จุดอับสายตาจากรถขนาดใหญ่

หลายครั้งที่เราจำเป็นต้องขับรถตามหลังยานพาหนะขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุก, รถเก็บขยะ หรือรถดับเพลิง จนอาจเกิดอุบัติเหตุขณะแซง เนื่องจากไม่เห็นรถที่สวนมา 

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ หากผู้ขับขี่ต้องการเปลี่ยนเลน ควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากพอที่จะเปลี่ยนเลนได้โดยไม่ไปเฉี่ยว และเปิดสัญญาณไฟ เพื่อส่งสัญญาณให้รถด้านหลังได้ทราบว่าจะขอเปลี่ยนเลน

​ขับรถตามหลังรถขนาดใหญ่ ควรเว้นระยะห่าง
ขับรถตามหลังรถขนาดใหญ่ ควรเว้นระยะห่าง

2. จุดอับสายตาจากเสาเอ (A-pilar blind spot) 

เสาเอ คือ เสาแคบ ๆ ที่ติดตั้งมากับกระจกหน้า เชื่อมต่อระหว่างหลังคากับตัวถัง แม้จะเป็นเสาเล็ก ๆ แต่ก็สามารถบดบังสิ่งกีดขวาง หรือรถขนาดเล็ก อย่างรถจักรยานยนต์ หรือจักรยานได้ 

เช่นนั้นแล้ว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการบดบังของเสาเอ ผู้ขับขี่ต้องปรับที่นั่งให้พอดีกับตัว ไม่เอนหรือไม่ตรงจนเกินไป โดยเว้นระยะให้ศีรษะอยู่ห่างจากหลังคารถประมาณ 6 นิ้ว เพื่อทำให้ทัศนวิสัยในการมองชัดเจนขึ้น 

​เสาเอ คือส่วนที่เชื่อมระหว่างหลังคากับตัวถัง
เสาเอ คือส่วนที่เชื่อมระหว่างหลังคากับตัวถัง

ดูเพิ่มเติม 
>> เจาะสเปค Honda CR-V 2019 ทุกรุ่น รับรองว่าแฟน SUV ต้องถูกใจสิ่งนี้!
>> อีกไม่นานเกินรอ All New Mazda 3 มาแน่ 18.09.62

3. จุดอับสายตาจากกระจกมองข้าง

สำหรับกระจกมองข้าง แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีจุดที่ส่องสะท้อนไปไม่ถึงเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อมีรถขับเข้ามาประชิดจนเกินไป หรือขับเลยขึ้นมาทางด้านหน้า ในจุดนี้ ผู้ขับขี่อาจจะไม่เห็น ทำให้เกิดอุบัติเหตุขนาดย่อม ๆ ได้ 

วิธีรับมือ คือ ต้องปรับกระจกมองข้างให้พอดีกับสายตา หรือถ้าจะให้ดี ควรหันศีรษะกลับไปมอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถคันใดอยู่หลังจุดอับสายตาจริง ๆ 

​กระจกมองข้าง ควรปรับให้พอดีกับสายตา
กระจกมองข้าง ควรปรับให้พอดีกับสายตา

4. จุดอับสายตาจากสภาพถนน

เวลาขับรถขึ้นเขา หรือไปต่างจังหวัด อาจจะเจอกับสิ่งที่จะมาบดบังทัศนียภาพในการขับขี่ของเรา เช่น เจอทิวเขาบดบังขณะเข้าโค้ง หรือเจอสิ่งกีดขวางขณะขับขี่ ทำให้ไม่เห็นรถคันหน้า เป็นต้น

เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามป้ายจราจรอย่างเคร่งครัด และชะลอความในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมสังเกตเรื่อย ๆ ว่ามีรถขับสวนมาหรือไม่ เมื่อขับผ่านเส้นทางที่เป็นจุดอับสายตามาแล้ว ให้ขับรถตามปกติได้ 

​หากขับรถในบริเวณที่เป็นจุดอับสายตา ไม่ควรขับเร็วจนเกินไป
หากขับรถในบริเวณที่เป็นจุดอับสายตา ไม่ควรขับเร็วจนเกินไป 

จะเห็นว่า การรับมือกับจุดอับสายตา เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ ไม่ยากเลย เช่นนั้นแล้ว เพื่อความปลอดภัยของชีวิต ผู้ขับขี่ควรระมัดระวังสิ่งที่อาจเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องใหญ่ก็ตาม ด้วยความหวังดีจาก Chobrod 

ดูเพิ่มเติม 
>> Ferrari 812 GTS 2019 เปิดตัวรถเปิดประทุนที่แรงสุดในโลก จริงหรือไม่ มาดูสเปคด้วยตาตัวเอง
>> เผยข้อมูล MG HS 2019 ก่อนเปิดตัวจริง 25 กันยายนนี้ แจ่มแค่ไหนมาดูกัน!

ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

M.BABE

รีวิวรถ

ราคารถ