ไขความลับ ? ทำไมรถซีดานไม่มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเหมือนแฮทช์แบ็ก

ประสบการณ์ใช้รถ | 13 ก.ย 2562
แชร์ 0

เจาะประเด็น ตีโจทย์จากปัญหาทางสังคมออนไลน์ เมื่อมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมในรถ 4 ประตู ถึงไม่มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเหมือนรถแฮทช์แบ็ก? แล้วคุณเอง รู้คำตอบหรือเปล่า?

เรื่องของรถยนต์มีอะไรมากมายที่ควรรู้และน่ารู้ ที่หลายคนอาจจะเคยสงสัยและไม่รู้คำตอบกับบางเรื่อง จึงเกิดเป็นการตั้งคำถามขึ้นมา ให้ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมหาคำตอบ ดังเช่นกรณีที่มีผู้ใช้งานเว็บไซต์ชื่อดัง Pantip ตั้งข้อคำถามให้หลายคนได้ชวนสงสัยตามว่า ทำไมรถซีดานหรือเก๋ง 4 ประตูถึงไม่มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเหมือนรถแฮทช์แบ็ก ?

ทำไมรถซีดานไม่มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเหมือนแฮทช์แบ็ก ?

ทำไมรถซีดานไม่มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเหมือนแฮทช์แบ็ก ?

 

ถือว่าเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก คนทั่วไปหรือแม้แต่ผู้ทีมีรถเองก็อาจจะไม่เคยได้สังเกตถึงเรื่องนี้ ซึ่งมีหลายคนที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นในกระทู้เพื่อฟังคำตอบส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งทีมาร่วมคลายข้อสงสัยในคำถามนี้ Chobrod ได้รวบรวมและเรียบเรียงข้อสรุปถึงคำถามนี้มาให้แก่ทุกท่านแล้ว

ทำความเข้าใจถึงลักษณะของรถ

ความแตกต่างของซีดานและแฮทช์แบ็กอยู่ที่ช่วงท้ายของตัวรถ
ความแตกต่างของซีดานและแฮทช์แบ็กอยู่ที่ช่วงท้ายของตัวรถ

มาทำความเข้าใจความแตกต่างทางลักษณะในรถทั้งสองประเภทกันก่อน ว่ารถซีดานหรือรถ 4 ประตู เป็นรถที่มีฝากระโปรงท้ายแยกเก็บห้องสัมภาระเอาไว้อย่างชัดเจน ในขณะที่แฮทช์แบ็กหรือรถ 5 ประตู มีการออกแบบตัวห้องโดยสารเป็นก้อนเดียว และทำการแบ่งพื้นที่ใช้สอยสำหรับใช้จัดเก็บสัมภาระ โดยไม่ต้องแยกห้องสัมภาระด้านท้าย อาศัยการติดตั้งเบาะนั่งตอนหลังในการจัดแจงพื้นที่ส่วนสัมภาระท้ายแยกออกจากส่วนพื้นที่โดยสารแทน

ดูเพิ่มเติม
>> 
5 เหตุผลที่คนเลือกแฮทช์แบค 5 ประตูแทนซีดาน 4 ประตู!!!
>> รถ Hatchback คืออะไร? แนะนำรถ Hatchback มือสอง ราคาไม่เกิน 400,000 บาทที่น่าซื้อ

มาดูลักษณะการวิ่งของรถ

อากาศจะไหลผ่านมวลรถมาหมุนอยู่ที่ด้านท้าย

อากาศจะไหลผ่านมวลรถมาหมุนอยู่ที่ด้านท้าย

 

ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เมื่อเวลารถเคลื่อนที่ อากาศที่ผ่านมวลรถทั้งรอบคันไม่ว่าจะด้านบน ด้านข้าง หรือด้านล่าง จะไหลไปหมุนอยู่ที่ด้านท้ายรถในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการหมุนแบบปั่นป่วน ที่เป็นรูปแบบของลมดูดหมุนวน ที่จะหมุนเอาฝุ่นและน้ำขณะที่รถกำลังวิ่งขึ้นมาปะทะกับช่วงท้ายของรถของเรา

เหตุผลที่แฮทช์แบ็กมีที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง

จากลักษณะการวิ่งของรถ และการเกิดปรากฎการณ์ลมหมุนที่ท้ายรถ ส่งผลต่อแฮทช์แบ็กซึ่งเป็นรถยนต์ที่เป็นลักษณะท้ายตัดตรงลงมา เพราะลมที่หมุนวนอยู่ที่ด้านหลังจะพัดเอาน้ำจากบริเวณล้อขึ้นมาติดที่กระจกรถด้านหลัง และลักษณะดังกล่าวของรถ ทำให้ลมไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านบานกระจกไปได้ จึงทำให้ทั้งน้ำ ฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ต้องเกาะติดอยู่กับรถและไม่สามารถไล่ออกไปได้  จึงเป็นเหตุผลที่ต้องติดตั้งที่ปัดน้ำฝนเพื่อมาทำความสะอาดนั่นเอง

เพราะด้านท้ายที่ตัดมาของแฮทช์แบ็กทำให้ลมไม่สามารถเคลื่อนผ่านบานกระจกไปได้

เพราะด้านท้ายที่ตัดมาของแฮทช์แบ็กทำให้ลมไม่สามารถเคลื่อนผ่านบานกระจกไปได้

 

ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้มีผลต่อรถซีดาน เพราะส่วนท้ายของรถที่ยื่นออกมา ทำให้รถลมไม่ย้อนขึ้นมาถึงกระจกหลัง เมื่อมีน้ำฝนเกาะอยู่ จะถูกแรงลมไล่ออกไปได้ง่าย นั่นก็คือคำตอบ ที่รถซีดานไม่จำเป็นต้องมีที่ปัดน้ำฝน

มีรถซีดานบางรุ่นที่ติดตั้งที่ปัดน้ำฝน

มีรถซีดานบางรุ่นที่ติดตั้งที่ปัดน้ำฝน

 

เคยมีการตั้งคำถามที่น่าสงสัยนี้กับบริษัทผลิตรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยได้คำตอบอีกมุมมาว่า การไม่ติดตั้งที่ปัดน้ำฝนในรถซีดานนั้น นอกจากมองว่าไม่ได้มีความจำเป็นแล้ว ยังมีผลต่อเรื่องความสวยงามของตัวรถด้วย และที่สำคัญคือเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและวิศกรรมที่เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกันถึงเรื่องนี้

เป็นสาระดี ๆ ที่หลายคนอาจจะเพิ่งเคยได้ทราบเหตุผลที่แท้จริงไปพร้อม ๆ กับผู้ตั้งคำถาม ยังมีสาระดี ๆ และเรื่องราวน่ารู้อีกมากมายที่คุณสามารถหาคำตอบหรือร่วมตั้งคำถามได้กับทาง Chobrod.com 

ดูเพิ่มเติม
>> 
เผย 5 เทคนิคการขับรถขึ้นเขาช่วงหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย
>> รถดับกลางน้ำทำยังไงดี! มาดูวิธีเอาตัวรอดเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม พร้อมแนะนำ 5 ไอเท็มที่ควรมีไว้สำหรับการขับรถหน้าฝน

​ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้