ตลาดรถมือสอง Honda และปัญหาที่แก้ไม่ตก

ประสบการณ์ใช้รถ | 19 ธ.ค 2561
แชร์ 3

ตลาดรถมือสองของประเทศไทยเรียกได้ว่ามีการเติบโตมาโดยตลอด โดยเฉพาะรถยนต์มือสองจากค่าย Honda ที่ไม่มีทีท่าว่ายอดชายจะลดน้อยลงกว่าปีก่อนๆ เลย

ตลาดรถมือสอง ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มากของประเทศไทย โดย Honda คือ 1 ในเจ้าตลาดที่มียอดขายอันดับต้นๆ

ตลาดรถมือสอง ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มากของประเทศไทย โดย Honda คือ 1 ในเจ้าตลาดที่มียอดขายอันดับต้นๆ

จากข้อมูลของสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว รายงานว่าปี 2018 ตลาดรถมือสองยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2018 จะเติบโตขึ้นประมาณ 7% จากปี 2017 และคาดการณ์ว่าจะมียอดขายรถมือสองแตะ 1,000,000 คัน สำหรับกลุ่มรถมือสองจากค่ายรถยนต์ที่โดดเด่นที่สุดในตลาดก็คือรถยนต์จากค่าย Toyota และ Honda ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเรื่องของความเชื่อมั่นในตัวตนของแบรนด์รถยนต์ทั้ง 2 ค่ายที่มีการทำการตลาดในไทยมาอย่างยาวนาน และมีความง่ายในการซ่อมบำรุง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่มากกว่าค่ายอื่น อีกทั้งยังมีปัญหาจุกจิกในการใช้งานที่น้อยกว่า และเป็นปัญหาที่ไม่รบกวนการขับขี่ เพียงแต่สร้างความรำคาญใจให้ผู้ขับขี่เท่านั้น

สำหรับรถยนต์ของ Honda ที่นิยมซื้อเป็นรถมือสอง ก็จะมี Honda City, Honda HR-V, Honda Civic และ Honda Accord โดยทั้ง 4 รุ่นนี้ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และอย่างที่กล่าวไปว่ารถมือสองของ Honda เองก็มีปัญหาจุกจิกอยู่เหมือนกัน ปัญหาเหล่านั้นจะมีอะไรบ้างมาดูกันเลยค่ะ

Honda City รุ่นที่หลายคนเลือกใช้ ด้วยโฉมที่มีความโฉบเฉี่ยว และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีเยี่ยม

Honda City รุ่นที่หลายคนเลือกใช้ ด้วยโฉมที่มีความโฉบเฉี่ยว และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีเยี่ยม

Honda City รุ่นที่หลายคนเลือกใช้ ด้วยโฉมที่มีความโฉบเฉี่ยว และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดีเยี่ยม

Honda City อยู่ในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก เดิมทีผลิตมาในกลุ่มของรถยนต์ขนาดเล็กมาก หรือ Subcompact Car ถือเป็นรถที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในประเทศกลุ่มเอเชีย โดยปัจจุบันผลิตมาเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 6 นับจากครั้งแรกที่ผลิตในปี 1981 สำหรับเจนเนอเรชั่นล่าสุด Honda City มีการปรับโฉมภายนอกใหม่ทั้งหมดทุกรุ่น ตั้งแต่ด้านหน้ากับกระจังหน้าโครเมี่ยมดีไซน์ใหม่ให้ความรู้สึกที่สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งให้ความคล้ายคลึงกับ Honda Civic รุ่นพี่อย่างมาก เส้นสายรอบตัวรถแล้วยังคงดีไซน์เดิม แนวเส้นสันคมยาวตั้งแต่ช่วงประตูหน้าจรดด้านท้ายยาวต่อเนื่องกันกับไฟท้ายทั้ง 2 ข้าง มิติตัวรถคงเดิมด้วยความยาวตลอดคัน 4,440 มม. ความกว้าง 1,695 มม. ความสูง 1,471 มม (1,477 มม. สำหรับรุ่น V+, SV และ SV+) ทุกรุ่นมาพร้อมฐานล้อ 2,600 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 150 มม. จุดเด่นของ Honda City ที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือ สมรรถนะการขับขี่ที่เหมาะสมกับการเดินทางทั้งนอกเมือง และในเมือง โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นได้ทั้งรถสไตล์สปอร์ต หรือรถดีไซน์หรู ความสะดวกสบายในการโดยสาร และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมถึงฟังก์ชั่นที่ให้มายังทำงานได้อย่างดีเยี่ยม เกินราคาเสียอีก มีข้อดีแล้ว ก็ต้องมีข้อเสียบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน

ดูเพิ่มเติม
>> 
ไขข้อสงสัย ระหว่างมือสอง Honda vs Toyota เลือกยี่ห้อไหนดีกว่า???​
>> 
คิดจะหล่ออย่าไปกังวล กำเงินแล้วไปลุย “Civic” มือสองได้เลย​

ข้อเสีย

-  เสียงดังจากข้างนอกตัวรถเข้ามาข้างภายในห้องโดยสาร

-  ถ้าขับภายในตัวเมืองถือว่าค่อนข้างกินน้ำมันเลยทีเดียว

-  ช่วงล่างค่อนข้างกระด้าง

-  ออกตัวอืดนิดหน่อย ถ้าไม่รู้จังหวะของรถ

- เสียงก๊อกแก็กจากวัสดุกระทบกันแล้วทำให้เกิดเสียงที่หุ้มมาไม่หมดค่อนข้างมาก ต้องไล่หาทีละอย่าง แต่ถ้าแก้แล้วอาการก็จะหายขาดไปเอง

- ช่วงล่างเสียงดัง เสาหน้าบังตอนจังหวะเลี้ยว อุปกรณ์ภายในประกอบมาแบบหลวมๆ

Honda HR-V รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ที่ตอบสนองทุกโจทย์การใช้งาน

Honda HR-V รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ที่ตอบสนองทุกโจทย์การใช้งาน

Honda HR-V รถอเนกประสงค์ขนาดเล็ก ที่ตอบสนองทุกโจทย์การใช้งาน

Honda HR-V เป็นชื่อที่ย่อมาจาก “Hi-rider Revolutionary Vehicle” หรือ “Hip and Smart Runabout Vehicle” ถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการรถ SUV ที่มีประโยชน์ใช้สอยมาก แต่มีขนาดเล็ก อย่างเช่น มีห้องโดยสารขนาดกว้างขวาง และมีขนาดสูง อีกทั้งมีทัศนวิสัยที่ดี มีประสิทธิภาพสูง และมีอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่ต่ำ ปัจจุบันมี 2 โฉมด้วยกัน โดยเริ่มผลิตตั้งแต่ปี 1998 จนถึงปัจจุบัน สำหรับ Honda HR-V ไมเนอร์เชนจ์ มาพร้อมตัวถังยาว 4,346 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,605 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,610 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อคู่หน้า/หลัง (Front/Rear Track) 1,535 และ 1,540 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ ลดจาก 185 มิลลิเมตรเหลือ 170 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวถัง 1,250-1,297 กิโลกรัม ความจุถังน้ำมัน 50 ลิตร เบาะรองนั่ง มีการยกระดับส่วนหน้าของเบาะรองนั่งเพิ่มขึ้น 15 มิลลิเมตร เบาะหลังของ HR-V ไมเนอร์เชนจ์ มีลักษณะคล้ายรุ่นเดิม  เพิ่มพนักพิงศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนกลางเข้ามา เบาะนั่งสามารถปรับเอนลงได้เล็กน้อย พนักพิงศีรษะเป็นทรงตัว L คว่ำ  เบาะรองนั่งรองรับต้นขาได้ดี  ในส่วนด้านหลังให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย สำหรับห้องโดยสาร เบาะหลังสามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เพิ่มพื้นที่จุสัมภาระได้มากถึง 565 ลิตร

ปัญหาของรถยนต์ Honda HR-V ที่พบ และแนวทางแก้ไข:

- เบรคมีเสียงดัง โดยมีสาเหตุเกิดได้ 2 แบบ คือ

เสียงจากดิสก์เบรก – ปัญหาอาจมาจากจานเบรก หรือผ้าเบรกที่เสื่อมสภาพ

หรือตัวผู้ขับ - มักขับแบบแตะเบรกตลอดเวลา ทำให้จากเบรกกับผ้าเบรกเสียดสีกันตลอดเวลาจึงเกิดเสียงดัง

- เข้าโค้งอาจจะมีโคลงบ้าง เมื่อเปลี่ยนโช้คใหม่ รถจะนิ่งขึ้น

- แร็คพวงมาลัยคลอน ส่วนใหญ่มักมีอาการเสียงดังกุกๆ ในช่วงที่หมุนพวงมาลัยเดินหน้า หรือถอยหลังเข้าจอด ให้ช่างเช็คช่วงล่างและอะไหล่ในชุดแร็คพวงมาลัย หากซ่อมไม่ได้อาจต้องเปลี่ยนแร็คยกชุด

- การเก็บเสียงจากช่วงล่างไม่ดี อาการนี้เป็นกันหลายยี่ห้อ แก้ด้วยการบุที่เก็บเสียงภายในห้องโดยสารเพิ่มตามอู่นอก

- ช่วงล่างไม่แน่น ตกหลุมจะโยก หรือโคลงบ้าง ซึ่งอาการนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ขับ เพราะ Honda HR-V ใช้เพลตฟอร์มเดียวกับรถเก๋งแต่นำมายกสูง ทำให้ช่วงล่างมีอาการโยกโคลง ไม่เหมาะกับการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูง หากต้องการให้ช่วงล่างแน่นขึ้นต้องเปลี่ยนโช้ค และยางใหม่ รถจะเกาะถนนดีขึ้น

Honda Civic กลุ่มรถนั่งซีดานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

Honda Civic กลุ่มรถนั่งซีดานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

Honda Civic กลุ่มรถนั่งซีดานที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

Honda Civic เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2516 เดิมเป็นรถสองประตูขนาดเล็ก มีความจุเครื่องยนต์ 1169 ซีซี และ 1238 ซีซี Honda Civic ถูกจัดเป็นรถคุณภาพค่อนข้างดีเนื่องจาก ลักษณะรูปร่างภายนอกและความเชื่อถือได้ของระบบเครื่องยนต์ และช่วงล่างพอสมควร ปัจจุบัน Honda Civic ผลิตมาเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 10 ใช้แพลตฟอร์มใหม่ที่พัฒนามาจากฮอนด้า แอคคอร์ด ทำให้ภายในห้องโดยสารและมิติของตัวถังมีความกว้างขวางกว่ารุ่นที่ผ่านมา ตัวถังมีการออกแบบเป็นแบบฟาสต์แบ็ก (ซึ่งมีลักษณะเป็นหลังคาเทลาดลงไปจนเกือบถึงด้านท้ายสุดของกระโปรงท้าย) ภายนอกมีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ที่ลากยาวเชื่อมต่อไปถึงสองฝั่งของไฟหน้า โดยสำหรับรุ่น Turbo RS ได้ใช้ไฟหน้า LED และกระจังหน้าสีดำ ส่วนรุ่น E, EL และ Turbo ไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์และกระจังหน้าโครเมียม ส่วนไฟท้ายมีลักษณะเป็นตัว C มีไฟเลี้ยวแสดงตำแหน่งตรงที่หน้าซุ้มล้อหน้าคล้ายกับเวอร์ชันอเมริกาแต่จะเป็นโคมสีขาว ภายในใช้หน้าจอมาตรวัดความเร็วเป็นแบบหน้าจอดิจิทัล LCD ขนาด 7 นิ้วแบบใหม่ซึ่งไม่เป็นแบบสองชั้นแบบรุ่นที่แล้วและมีหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 7 นิ้วที่สามารถรองรับระบบ Apple CarPlay และ AndroidAuto

ปัญหาของ Honda Civic เองก็มีอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น

- ปัญหาที่เจอคือมีเสียงดังตรงคอนโซลเหมือนไม่สนิท เป็นๆหายๆส่วนปัญหาใหญ่ยังไม่เจออะไรครับ”

- เสียงคอนโซลเบียดกันตรงเสา A วิธีแก้คืออัดแผ่นโฟม เสียงที่ดังจะหายไปค่ะ

- เก็บเสียงแย่ เสียงข้างนอกเข้ามาเยอะ

Honda Accord รถยนต์ D-Segment ที่ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ทั้งเรื่องของฟังก์ชั่น และดีไซน์

Honda Accord รถยนต์ D-Segment ที่ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ทั้งเรื่องของฟังก์ชั่น และดีไซน์

Honda Accord รถยนต์ D-Segment ที่ตอบทุกโจทย์การใช้งาน ทั้งเรื่องของฟังก์ชั่น และดีไซน์

Honda Accord อยู่ในกลุ่มรถยนต์นั่งซีดานขนาดกลาง เริ่มต้นผลิตในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1976 โดยมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับ Honda Civic ในรุ่นเดียวกัน สำหรับ Honda Accord เจนเนอเรชั่นที่ 10 นั้นแม้ว่าจะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย แต่ก็ได้รับการจับตามองอย่างมาก ด้วยการปรับโฉมใหม่พร้อมประชันกับ Toyota Camry และ Nissan Teana ในดีไซน์แบบรถผู้บริหาร จัดเต็มอุปกรณ์มาตรฐานมีตั้งแต่ไฟหน้าและท้ายแบบ LED ระบบปรับอากาศแบบดูอัลโซนหน้าหลัง หน้าจอวัดความเร็วขนาด 7 นิ้วที่เลือกปรับเองได้ ปุ่ม push-start และ Honda Sensite Suite พร้อมระบบและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและการช่วยเหลือผู้ขับขี่ รวมถึงระบบอย่างเช่นที่ปัดหน้าฝันอัตโนมัติ แจ้งเตือนจุดอับผ่านมอนิเตอร์ ซึ่งรุ่นที่ผ่านมาของ Honda Accord ก็มีปัญหาพบสมควรเช่นกัน ซึ่งเป็นปัญหาจุกจิกเสียมากกว่า ดังนี้

- เครื่องยนต์สั่น อาการนี้เป็นกันส่วนมากและมักแก้ไม่หาย แม้ว่าจะเปลี่ยนยงรองแท่นเครื่องไปแล้วหลายรอบก็ตาม

- เกียร์หอน/กระตุก การเข้าเกียร์ไม่ราบรื่น มีเสียงเวลาเปลี่ยนเกียร์อาจเกิดทุกครั้งหรือเป็นเฉพาะบางครั้ง ซึ่งบ่งบอกได้ว่าระบบเกียร์เริ่มมีปัญหาแล้ว ต้องไล่ระบบเกียร์ดูว่ามีปัญหาตรงจุดใด

- เสียงดังภายในห้องโดยสาร เป็นสิ่งที่ผู้ใช้คอมเมนท์มากที่สุด ทั้งเสียงจากภายนอกและเสียงส่วนประกอบภายในห้องโดยสารเอง บางคันมีเสียงมากบางคันเป็นน้อยซึ่งต้องไล่หาต้นตอเอง ส่วนเสียงภายนอกสามารถแก้ไขโดยการเปลี่ยนยางขอบกระจก, บุแผ่นเก็บเสียงเพิ่ม และพ่นซุ่มล้อด้านใน เพื่อให้เสียงรบกวนลดลงได้

- พวงมาลัยเบาเวลาใช้ความเร็ว Accord จะวิ่งได้ดี พวงมาลัยเฉียบในช่วงความเร็วในเมืองไม่เกิน 110-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากเร่งความเร็วเกินกว่านี้พวงมาลัยจะโหวงๆ เบา ต้องใช้สมาธิในการขับขี่พอสมควร แต่บางท่านในคลับ Accord กลับชอบ ด้วยเหตุผลที่ว่าแม้จะเบาแต่ไม่ได้โหวงเหวงจนน่ากลัวและยังตอบสนองได้เฉียบขาด

- ช่วงล่างแข็ง เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นระดับเดียวกัน ช่วงล่าง Honda Accord จะออกแนวกระด้าง โดยเฉพาะเวลาเข้าโค้ง ต้องระวังท้ายปัด

แต่สำหรับรถ Honda Accord มือสอง ที่เจนเนอเรชั่น 7 ดูเหมือนว่าจะคุ้มค่าที่สุด เพราะปัญหาจุกจิกต่างๆ น้อยมาก รวมถึงอะไหล่หาง่าย และราคามือสองยังถูกอีกด้วย

ปัญหาเสียงก๊อกแก๊กส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณคอนโซลหน้า และอีกส่วนที่มีปัญหาคือพวงมาลัยที่ดูเหมือนจะกินซ้ายอยู่ รวมถึงมีอาการฝืดอยู่บ้าง

ปัญหาเสียงก๊อกแก๊กส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณคอนโซลหน้า และอีกส่วนที่มีปัญหาคือพวงมาลัยที่ดูเหมือนจะกินซ้ายอยู่ รวมถึงมีอาการฝืดอยู่บ้าง

สรุป

โดยรวมแล้วปัญหาส่วนใหญ่ของรถ Honda มือสองจะเป็นปัญหาเรื่องของเสียงจากภายนอกที่เข้ามาในรถค่อนข้างดัง และปัญหาเสียงก๊อกแก๊กจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาไม่แน่นหนามากพอ ซึ่งแก้ไขได้โดยการติดโฟมซับเสียงในส่วนที่มีปัญหา โดยปัญหานี้ไม่ค่อยส่งมาถึงรถมือสอง เพราะได้รับการแก้ไขจากผู้ใช้งานรายแรกไปบ้างแล้วนั่นเองค่ะ ส่วนที่เหลือก็อยู่ที่ระยะทางการขับขี่ และลักษณะการใช้งานของผู้ขับขี่แต่ละคนที่ผู้ซื้อรถมือสองจะต้องตรวจสอบสภาพรถอีกครั้งหนึ่งนะคะ สำหรับบทความเรื่องราวเกี่ยวกับรถดีๆ อย่าลืมติดตามได้ที่ Chobrod.com นะคะ

ดูเพิ่มเติม
>> ‘Accord’ แพงสุดจากค่าย Honda กับ เป้าหมายตลาด D-Segment ของไทย​
>> 
“ไม่ต้องท้าต่อยใคร !” เพราะนี่คือ 3 โฉม Honda Accord มือสอง น่าใช้ที่ซื้อได้แค่หลักแสน​