ควรรู้! 10 อะไหล่รถยนต์ ที่เปลี่ยนบ่อยที่สุด

ประสบการณ์ใช้รถ | 13 พ.ย 2563
แชร์ 7

Chobrod พาไปเปิด 10 รายการอะไหล่รถยนต์ที่คนใช้รถต้องรู้จัก เพราะมันเป็นอะไรที่เปลี่ยนบ่อยที่สุด มาดูกันว่ามีชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์อะไรบ้างที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก สำหรับเจ้าของรถยนต์ทุกคน เกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ที่จำเป็นต้องรู้ และสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างมาก คือ การดูแลอะไหล่รถยนต์ต่างๆ ตรวจดูการสึกหรอ เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

#1.น้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันเครื่อง

ตามปกติแล้ว ระยะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องคือทุก ๆ 5,000 - 10,000 กิโลเมตร หรือทุก ๆ 6 เดือน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่องจากปิโตรเลียม น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์หรือกึ่งสังเคราะห์ ซึ่งระยะการเปลี่ยนระหว่างนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของรถด้วย ถ้าใช้บ่อยอาจจะเปลี่ยนในทุก 3 เดือน หรือ 5,000 กิโลเมตร

อะไหล่รถยนต์ที่มักเปลี่ยนบ่อย น้ำมันเครื่อง
น้ำมันเครื่องเป็นอะไหล่รถยนต์ที่ไม่ต้องรอให้ครบระยะก็สามารถเปลี่ยนได้เลย

หรือหากเมื่อไหร่ที่พบว่าน้ำมันเครื่องขึ้นสีดำสนิท ไม่ต้องรอให้ครบตามกำหนดระยะก็สามารถเปลี่ยนได้ทันทีเช่นกัน เพราะนั่นหมายถึงน้ำมันเครื่องได้เสื่อมสภาพลงแล้ว ทั้งนี้ไส้กรองน้ำมันเครื่องก็ควรเปลี่ยนไปพร้อมกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วย เพื่อช่วยให้น้ำมันเครื่องที่เปลี่ยนไปใหม่ สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

#2.ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง

ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ทำหน้าที่ ดักจับสิ่งสกปรกต่างๆ ที่มากับน้ำมันที่เราเติมตามปั๊มนั่นเอง หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ จะทำให้ไส้กรองตัน ส่งผลให้แรงดันน้ำมันไปยังเครื่องยนต์ไม่พอ เกิดอาการเร่งไม่ขึ้น กระตุก หรือสตาร์ตยาก โดยระยะเวลาในการเปลี่ยนไส้กรอง คือ ประมาณ 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร

#3.น้ำมันเกียร์และไส้กรองเกียร์

เพราะภายในระบบเกียร์ มีชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นจากโลหะขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทั้งเกียร์ธรรมดา เกียร์อัตโนมัติ หรือเกียร์ CVT และ Dual-Clutch ซึ่งทำงานภายใต้ห้องเกียร์ที่มีการขับเคลื่อนอยู่เสมอ จึงเกิดอัตราการสึกหรอได้สูง เวลาผ่านไปจะเกิดการเสื่อมสภาพ จึงควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ในทุก ๆ 20,000 - 40,000 กิโลเมตร

อะไหล่รถยนต์ที่มักเปลี่ยนบ่อย น้ำมันเกียร์
หมั่นตรวจเช็กและเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เพื่อยืดอายุการใช้งาน

หากเป็นรถที่ใช้งานบ่อย วิ่งอยู่เป็นประจำ อาจเปลี่ยนในระยะ 10,000 - 20,000 กิโลเมตร หรือปีละครั้ง แต่หากพาขับรถไปใช้งานที่หนักมากโดยเฉพาะการใช้งานช่วงหน้าฝน อาจมีความชื้นจากน้ำเล็ดลอดเข้าไปในเกียร์ ทำให้น้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพเร็วกว่าระยะที่กำหนดได้ ส่วนไส้กรองเกียร์ปัจจุบันได้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้จนถึงวันหมดอายุการใช้งานของรถประมาณ 7 ปี ซึ่งหากเป็นรถเก่า ให้เปลี่ยนในทุกระยะ 40,000 กิโลเมตร จะช่วยให้น้ำมันเกียร์สะอาด มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยง ช่วยอายุการใช้งานได้ดี

#4.ผ้าเบรก

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามระยะ หากมีการใช้งานรถบ่อย สามารถเปลี่ยนได้เลย ตามปกติระยะการเปลี่ยนผ้าเบรกจะอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 70,000 กิโลเมตร เมื่อไหร่ที่ผ้าเบรกหมด จะทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานเบรกลดลง จึงจำเป็นอย่างมากที่หากพบว่าเกิดความผิดปกติในระบบแล้วให้รีบตรวจสอบทันที และหากพบว่าผ้าเบรกเสื่อมสภาพลงหรือถูกใช้งานหมดแล้ว ให้รีบทำการเปลี่ยนในทันทีโดยไม่ต้องรอตามระยะ

#5.ไส้กรองอากาศ

ในรถทุกคันจะมีอุปกรณ์ที่ช่วยดักจับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้เข้าไปในเครื่องยนต์ในชื่อที่เรารู้จักกันว่าไส้กรองอากาศนั่นเอง โดยเจ้าไส้กรองชิ้นนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถเป็นอย่างมาก เพราะหากมีฝุ่นหลงเข้าไปแม้แต่นิดเดียวก็จะส่งผลทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็นเพราะฝุ่นที่เข้าไปปะปนอยู่ในน้ำมันและของเหลวในเครื่องพากันจับตัวอยู่ตามผนังเครื่องยนต์

อะไหล่รถยนต์ที่มักเปลี่ยนบ่อย ไส้กรองอากาศ
ไส้กรองอากาศควรมีสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ เพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์

และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้รถของเราขับเคลื่อนได้ไม่เต็มกำลังเพราะเกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์นั่นเอง เราจึงควรนำไส้กรองออกมาทำความสะอาดบ่อย ๆ ในทุกระยะ 3,000 - 5,000 กิโลเมตร และไปเปลี่ยนเมื่อครบอายุการใช้งาน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร

#6.หัวเทียน

เครื่องยนต์สะดุด ทำงานได้ไม่เต็มที่ เช็กให้ดีว่าหัวเทียนบอดหรือเปล่า? ถ้าหัวเทียนเก่าเกินไป มีการเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เครื่องยนต์รอบตบ อัตราเร่งทำได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น ตามปกติแล้ว หัวเทียนควรเปลี่ยนในทุก ๆ ระยะ 40,000 กิโลเมตร ซึ่งสามารถหาซื้อมาเปลี่ยนเองได้ และมีราคาที่ไม่แพง

ดูเพิ่มเติม
>> ความรู้เรื่องรถ กับการเช็กรถด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปถึงอู่
>> 10 เคล็ดลับ การดูแลรถให้ดูใหม่เสมอแบบมืออาชีพ

#7.แบตเตอรี่

แบตเตอรี่รถยนต์เป็นอะไหล่รถยนต์ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใส่ใจ เพราะถือเป็นใจกลางสำคัญของการทำงานของเครื่องยนต์ โดยในปัจจุบันมีแบตเตอรี่ทั้งแบบแห้งและแบบเปียก ซึ่งสำหรับแบบเปียกนั้น ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ ให้หมั่นเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่กำหนดเสมอ เพื่อให้แบตเตอรี่สามารถกักเก็บประจุไฟฟ้าไว้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์นั้นทุกประเภทนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กัยประเภทที่เลือกใช้ และการใช้งานของรถ

#8.หลอดไฟ

สำหรับหลอดไฟต่าง ๆ ในรถนั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะมีระยะการเปลี่ยนที่สั้น ถึงต้องได้รับการเปลี่ยนบ่อย ๆ แต่เป็นเพราะอุปกรณ์ประเภทนี้ มีความเสี่ยงต่อการชำรุดได้บ่อย และเสื่อมสภาพได้ง่าย มีโอกาสเกิดความสกปรกได้สูงกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ เพราะจะถูกติดตั้งอยู่ตามภายนอกของตัวถังรถ อาจเสี่ยงต่อการถูกกระทบ กระแทก

อะไหล่รถยนต์ที่มักเปลี่ยนบ่อย หลอดไฟรถยนต์
ตรวจเช็กให้ดีว่าไฟต่าง ๆ สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่

อีกทั้งเมื่อผ่านการใช้งานบนถนนต่าง ๆ ก็ไม่สามารถหลีกหนีคราบสกปรกจากฝุ่นควันต่าง ๆ ได้ เมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ  ก็ส่งผลให้เกิดความหมองได้ จึงต้องได้รับการทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ และต้องหมั่นตรวจเสมอก่อนการใช้งานว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่ เพราะเมื่อต้องพารถไปออกถนนสัญญาณไฟต่าง ๆ ถือว่าสำคัญมาก

9.สายพานไทม์มิ่ง

สายพานหลักของเครื่องยนต์ ที่หากเกิดการขาดขึ้นมาจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์รุนแรง โดยอายุการใช้งานโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 100,000 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเปลี่ยนได้ก่อนในทันที ไม่ต้องรอให้ถึงระยะเป๊ะ ๆ แต่ไม่ควรให้เลยกำหนด เพราะหากเกิดซวยขึ้นมา สายพานเกิดขาดระหว่างทาง อาจจะมีปัญหาลามมากกว่าการเปลี่ยนแค่สายพาน เผลอ ๆ อาจจะได้ยกเครื่องใหม่เลยด้วยซ้ำ จากที่เสียเงินแค่ส่วนเดียว กลับต้องจ่ายหนักกว่าเดิม ดังนั้นอย่าเสี่ยงกับอะไรแบบนี้จะดีกว่า

#10. ที่ปัดน้ำฝน

ในช่วงการขับขี่รถหน้าฝน อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่จะทำงานหนักนั่นก็คือที่ปัดน้ำฝน ที่นอกจากทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีในช่วงหน้าฝนนี้แล้ว ยังคอยดูแลป้องกันการขับขี่ด้วยการทำความสะอาดหน้ารถในทุก ๆ การเดินทางด้วย เพราะไม่ใช่แค่ฝน แต่ยังมีฝุ่น ควัน เศษใบไม้ กิ่งไม้ต่าง ๆ ที่จะเข้ามาปะทะเข้ากับตัวรถในระหว่างเดินทางได้ด้วย

ที่ปัดน้ำฝน อะไหล่รถยนต์ที่มักนิยมเปลี่ยนช่วงหน้าฝน
ที่ปัดน้ำฝน อะไหล่รถยนต์ ที่สำคัญในช่วงหน้าฝน

ดังนั้นจึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งอะไหล่รถยนต์ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดี โดยปกติแล้วที่ปัดน้ำฝนจะมีอายุการใช้งาน 1 ปี แต่หากพบว่าเมื่อใช้งานแล้วเกิดคราบ อาจเป็นไปได้ว่าอุปกรณ์เริ่มเสื่อม ให้เรียบนำไปเปลี่ยนอะไหล่ในทันที

หลาย ๆ คนที่มีรถ อย่าคิดเผื่อใจไปว่าทุก ๆ อุปกรณ์มีระยะในการเปลี่ยน เลยจะต้องรอให้ถึงกำหนดแล้วค่อยไปจัดการ เพราะอย่างที่บอกว่าถ้าพบอาการผิดปกติใด ๆ อาจหมายถึงอะไหล่รถยนต์เหล่านั้นกำลังจะส่งสัญญาณเตือนออกมา และอย่าลืมว่ามีหลาย ๆ อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกัน ถ้าชิ้นหนึ่งเกิดใช้งานไม่ได้ อาจส่งผลให้อะไหล่ส่วนอื่น ๆ ใช้งานไม่ได้ตามไปด้วย และเผื่อไม่ให้มีความเสี่ยงใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นมาระหว่างขับรถ ควรหมั่นตรวจสอบรถยนต์ของคุณและอะไหล่รถยนต์ที่สำคัญเหล่านี้อยู่เป็นประจำ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของคุณ ให้อยู่คู่ใจกับคุณให้ยาวนานขึ้นต่อไป

ดูเพิ่มเติม
>> ระดับของเหลวในรถที่ควรรู้ วิธีดูแลเครื่องยนต์เบื้องต้นฉบับไม่ง้อช่าง

>> ดูแลรถหน้าฝน 6 อุปกรณ์ต้องเช็กก่อนเดินทาง

เข้าดู รถมือสอง ได้ที่นี่

ANNOiNA