ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ “ถุงลมนิรภัย” มันคืออะไร? ทำงานอย่างไร? มาหาคำตอบกันค่ะ!

ประสบการณ์ใช้รถ | 9 เม.ย 2562
แชร์ 2

เชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนในที่นี้ต้องรู้จัก หรือคุ้นเคยกับคำว่า “ถุงลมนิรภัย” กันอย่างแน่นอน หรือบางท่านอาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วถุงลมนิรภัยนั้นมันคืออะไร และตัวของถุงลมนิรภัยเองนั้นมีการทำงานอย่างไรบ้าง วันนี้ทางเวปไซต์ Chobbrod.com จึงมีความตั้งใจจะนำเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับความรู้ที่น่าสนใจของถุงลมนิรภัยในรถยนต์ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญอย่างมาก เวลสมีอุบัติเหตุในรถยนต์เกิดขึ้น มาให้เพื่อนๆ ได้อัพเดทกัน เดี๋ยวเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับ “ถุงลมนิรภัย” มันคืออะไร? ทำงานอย่างไร? มาหาคำตอบกันค่ะ!

  • ถุงลมนิรภัย คืออะไร?

ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับถุงลมนิรภัยกันก่อน สำหรับในโลกของเรานั้นสิ่งที่เรียกว่ารถยนต์ ถือว่าเป็นพาหนะประจำตัวของมนุษย์ที่ทำให้เราสามารถเดินทางไปพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายตามใจต้องการได้อย่างง่ายดาย การพัฒนาด้านความปลอดภัยก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องควบคู่กับรถยนต์ด้วยเช่นกัน จุดประสงค์ก็หวังเพื่อช่วยในเรื่องของความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถยนต์ขณะขับรถอยู่บนถนนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทุกเมื่อ

รูปร่างหน้าตาของถุงลมนิรภัยในปัจจุบัน

ถุงลมนิรภัยกับประโยชน์ที่ดีต่อทุกคน

ถุงลมนิรภัยกัประโยชน์ที่ดีต่อทุกคน

จากเริ่มแรกมีเทคโนโลยีเข็มขัดนิรภัย ต่อมาก็เริ่มมีสิ่งที่เรียกว่า “ถุงลมนิรภัย” เข้ามาเสริมเป็นตัวป้องกันให้อาการบาดเจ็บของผู้โดยสารลดน้อยลง โดยถุงลมนิรภัยที่ว่านี้ หมายถึง อุปกรณ์ความปลอดภัยของยานพาหนะ ทำหน้าที่เสมือนเป็นหมอนรองผู้โดยสารที่ประกอบด้วยวัสดุห่อหุ้มที่มีความยืดหยุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงการชนกันของรถยนต์ มีลักษณะจะคล้ายกับลูกบอลอากาศขณะใหญ่ที่โผล่ออกมาจากพื้นที่ที่มีการพับเก็บไว้อย่างดี จุดประสงค์ของการมีถุงลมนิรภัยนั้นก็เพื่อป้องกันผู้โดยสารจากการกระแทกกับวัตถุภายในรถยนต์ เช่น พวงมาลัย และหน้าต่าง ซึ่งถ้าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ แล้วไม่มีถุงลมนิรภัยรองรับ เมื่อผู้โดยสารเกิดกระแทกกับวัตถุภายในของรถยนต์โดยตรง จะมีอาการบาดเจ็บมากกว่า และเปอร์เซนการเสียชีวิตก็มีมากกว่ารถยนต์ที่ไม่มีถุงลมนิรภัย

ดูเพิ่มเติม
>> Five FACT : 5 รถเตรียมให้พร้อมเป็นทางเลือก “พร้อมแฉะ !” ใช้เล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้
>> แบรนด์รถยนต์ที่ดูเหมือนจะรุ่ง แต่กลายเป็นร่วงในวงการรถยนต์

ระบบการทำงานถุงลมนิรภัยรถยนต์

ตำแหน่งของถุงลมนิรภัยในแต่ละรุ่นนั้น จะมีตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป

  • ถุงลมนิรภัย อยู่ตำแหน่งไหนของรถยนต์?

ตำแหน่งของถุงลมนิรภัยในรถยนต์แต่ละรุ่น จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วโดยปกติรถยนต์ถ้าเป็นรถยนต์ทั่วไปราคาไม่แพงมากนัก จะมีถุงลมนิรภัยขั้นต่ำอยู่ที่ 2 ตำแหน่ง แต่ถ้าเป็นรถยนต์หรูที่มีราคาแพงขึ้นมา มักจะมีถุงลมนิรภัย 4-6 ตำแหน่ง หรือในบางรุ่นก็มีมากถึง 8 ตำแหน่งเลยทีเดียว โดยในแต่ละตำแหน่งจะมีรายละเอียด ดังนี้

  1. ถุงลมด้านหน้า (Front Airbag) จะติดตั้งอยู่บนโครงด้านหน้าขวาและซ้าย ช่วยป้องกันคนขับรถ และคนที่นั่งข้างคนขับ
  2. ถุงลมด้านข้าง (Side Airbag) จะติดตั้งอยู่ที่แผงประตูหรือที่ตัวเบาะนั่ง
  3. ม่านถุงลม (Curtain Airbag) จะช่วยป้องกันการชนจากด้านข้างในระดับปานกลางถึงรุนแรง ถุงลมแบบม่านจะพองตัวออกมา พร้อมการดึงกลับของเข็มขัดนิรภัย มักจะติดตั้งในรถยนต์ที่มีราคาแพง
  4. ถุงลมป้องกันเข่าและขา (Knee Airbag) จะซ่อนอยู่ใต้คอนโซลด้านผู้ขับขี่บริเวณหัวเข่า ช่วยป้องกันขา และหัวเข่า ไม่ให้ไปชนเข้ากับคอนโซล ด้านล่างใต้พวงมาลัย รวมทั้งสะโพก และเข่า
  5. ถุงลมที่พื้นใต้เท้า (Carpet Airbag) ปัจจุบันจะไม่ค่อยนิยมใช้เท่าไหร่นัก ทำหน้าที่ช่วยผ่อนแรงบริเวณเท้าที่จะไปกระแทกกับพื้น และผนังกั้นระหว่างห้องโดยสาร และห้องเครื่องให้เบาลง

คำที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้มีถุงลมนิรภัยบรรจุไว้ภายใน

  • ถุงลมนิรภัย ทำงานอย่างไร?

ถุงลมนิรภัย ถ้ามองแบบผิวเผิน ลักษณะจะคล้ายกับถุงลมที่บรรจุลมอยู่ด้านในที่พองออกมาจากด้านหน้าตัวรถ วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำถุงลมนิรภัยจะทำมาจากถุงไนลอนหรือโพลีเอไมด์ ส่วนอากาศที่บรรจุอยู่ภายในนั้นเป็นแก๊สไนโตรเจน ที่มีแก๊สประมาณ 60-70 ลิตร โดยการทำงานของมันเมื่อมีการกระแทกที่รุนแรงจากด้านนอกเข้ามาที่รถยนต์ การกระแทกได้ไปโดนตัวลูกบอลเหล็กด้านใน จะมีการสั่งให้ถุงลมนิรภัยมีการทำงาน และพองตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งแก๊สที่ได้ถูกเก็บไว้นั้นได้ถูกเก็บในรูปแบบของของแข็งชื่อ โซเดียมเอไซด์ (Sodium Azide, NaN3) บรรจุไว้ในส่วน inflator เมื่อมีการกระแทกจะเกิดปฏิกิริยาสลายตัวกลายเป็นโลหะโซเดียม และแก๊สไนโตรเจน

ภาพการทำงานของถุงลมนิรภัย

สำหรับการทำงานของถุงลมนิรภัย จะไม่ได้ถูกตั้งค่าให้มีการทำงานทุกครั้งที่มีการเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น เพราะผู้ผลิตแต่ละรุ่นจะมีการกำหนดการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งเพื่อนๆ สามารถศึกษาได้จากคู่มือประจำรถของรุ่นนั้นๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งโดยหลักการทำงานของถุงลมนิรภัยนั้น ส่วนใหญ่จะถูกตั้งค่าให้มีการทำงานเกิดขึ้นเมื่อมีการชนด้านหน้าอย่างรุนแรงเท่านั้น เมื่อมีการชนเกิดขึ้นในรัศมีที่กำหนด และแรงกระแทกอยู่ในค่าที่กำหนดถุงลมนิรภัยก็จะทำงาน แต่ถ้าไม่อยู่ในรัศมีที่กำหนด และแรงของการกระแทกไม่ถึงค่าที่กำหนดถุงลมนิรภัยก็จะไม่ทำงาน เพราะการป้องกันจะอาศัยโครงสร้างของตัวรถ และชุดเข็มขัดนิรภัยซึ่งก็เพียงพอต่อการป้องกันในสภาพความเร็วต่ำอยู่แล้ว การป้องกันจึงไม่จำเป็นต้องอาศัยชุดถุงลมนิรภัย

  • อุบัติเหตุความเร็วเท่าไหร่ ถุงลมนิรภัยถึงจะทำงาน?

ทุกครั้งที่มีการเกิดอุบัติเหตุ เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นตอนไหน ทางที่ดีเราควรขับอย่างระมัดระวังจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะต่อให้เราไม่ได้ขับเร็วไปชนเขา เขาก็อาจเข้ามาชนเราได้ โดยส่วนใหญ่ถ้าเราเป็นฝ่ายชนด้วยความเร็ว จนเกิดเสียหายผิดรูป เช่น ชนกับเสาไฟฟ้า หรือชนด้านหลังรถบรรทุก ความเร็วที่จะทำให้ถุงลมนิรภัยพองตัวนั้น พบว่าต้องมีความเร็วมากกว่า 20 กิโลเมตร ต่อ ชม. และการทำงานของถุงลมนิรภัยจะพองตัวเมื่อรถยนต์ชนกับเสารถยนต์ประมาณ 30 กิโลเมตร ต่อชม. สำหรับการชนกับรถที่จอดอยู่กับที่ ชนกับกำแพง ชนคอนกรีต หรือชนนอกศูนย์กลางด้านหน้า ความเร็วของรถยนต์ต้องมากกว่า 40 – 50 กิโลเมตร ต่อชม. จึงจะทำให้ถุงลมนิรภัยพองตัวมีการทำงานเกิดขึ้นค่ะ

การทดสอบการทำงานของถุงลมนิรภัย

สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด เวลาที่เราขับรถยนต์ คือเราจะต้องมีสติ ขับรถยนต์ให้อยู่ในความไม่ประมาทให้มากที่สุด และควรปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่ดครัด การมีถุงลมนิรภัยในรถยนต์นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่นั่นก้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่คาดเข็มขัดก็ได้ เพราะการเกิดอุบัติเหตุนั้นเราไม่อาจรู้เลยว่าจะมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และสำหรับการที่เราจะทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น คือเราควรปรับตำแหน่งเบาะนั่งให้เหมาะสม และควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง เพราะเข็มขัดนิรภัยจะลิงค์การทำงานกับถุงลมนิรภัย ทำให้ร่างกายเราอยู่ในมุมองศาที่ถูกต้อง และเกิดการบาดเจ็บที่น้อยลง นอกจากนี้ห้ามวางสิ่งของบนแป้นถุงลมนิรภัย และห้ามติดสติกเกอร์บนแป้นถุงลมนิรภัยโดยเด็ดขาด เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ถุงลมนิรภัยอาจจะไม่มีการระเบิดเด้งออกมา จนอาจทำให้เราเกิดบาดเจ็บที่รุนแรงจากแรงกระแทกของรถยนต์ได้ค่ะ

และนี่ก็เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่มาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในวันนี้นะคะ การเลือกรถยนต์ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมาก ทางที่ดีเราควรเลือกรถยนต์ที่มีถุงลมนิรภัยภายในรถยนต์ให้มากที่สุดจะดีที่สุดแล้วค่ะ ซึ่งในปัจจุบันมีออกมาให้เพื่อนๆ ได้เลือกหลากหลายรุ่นมายเลยทีเดียว ถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหารถยนต์ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยแล้วละก็ สามารถเข้ามาชมได้ที่เวปไซต์ตลาดรถ Chobrod.com กันได้เลยนะคะ

ดูเพิ่มเติม
>> รวมขุมพล 5 สุดยอดรถยนต์ 2 ประตูที่เหมาะกับการเป็นเจ้าของ!
>> รถยนต์ 5 ประตูเป็นแบบไหน มีรุ่นอะไรที่น่าซื้อบ้าง

คราวหน้าทาง Choborod.com จะมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจมาให้อัพเดทกันต่อ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

Sentvita