ภัยใกล้ตัวที่ต้องระวัง อย่าหลงกลลงจากรถเป็นอันขาด

ประสบการณ์ใช้รถ | 9 ก.พ 2564
แชร์ 0

รวม 5 กลลวงอาชญากร กับภัยใกล้ตัวที่คนมีรถต้องระวัง เจอเหตุการณ์เหล่าีน้อย่าเผลอลงจากรถ ถ้าไม่อยากเป็นเหยื่อ โชคดีอาจรอดตาย โชคร้ายเสียทั้งเงิน ทั้งชีวิต!

เรามักจะได้ยินข่าวการลวงให้คนลงจากรถเพื่อชิงทรัพย์ในรถ หรือชิงรถยนต์อยู่ตลอด หรือแม้กระทั่งในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นคลิปคนกระโดดเข้าหารถ เพื่อแสร้งทำเป็นโดนรถชน แล้วเรียกค่าเสียหาย กลลวงแบบนี้มีอยู่ในทุกรูปแบบเพื่อให้ได้ซึ่งสิ่งที่มิจฉาชีพต้องการ การใช้ชีวิตบนท้องถนนทุกวันนี้ถือได้ว่าอันตราย และต้องประคองสติในการใช้ชีวิตอย่างมาก Chobrod จึงรวบรวมกลลวงที่เคยปรากฏในข่าวเพื่อเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระมัดระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้นตอนไหนในชีวิตก็ได้

1. ติดธนบัตรไว้ตรงที่ปัดน้ำฝน

มิจฉาชีพมักใช้ธนบัตรใบละหนึ่งพัน หรือห้าร้อยติดไว้บริเวณที่ปัดน้ำฝน ในจังหวะที่เราสตาร์ตรถ และกำลังจะออกตัว ซึ่งหากมองเห็นสิ่งผิดปกติที่ขัดขวางทัศนวิสัย เราจะเดินลงไปหยิบออกเพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น มิจฉาชีพจะฉวยโอกาสนี้ขึ้นไปบนรถที่สตาร์ตอยู่แล้วขับหนีไป


ข่าวการโจรกรรมรถด้วยวิธีการนำเงินไปวางไว้หน้ารถเพื่อหลอกล่อคนลงจากรถที่ต่างประเทศ

ซึ่งเหตุการณ์กลลวงเหล่านี้เคยมีการเกิดขึ้นจริงที่ต่างประเทศ ที่ทำให้มีผู้ที่ถูกโจรกรรมรถโดยมิจฉาชีพไปแล้ว แต่เมื่อมีการออกข่าวและเผยกลลวงเหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้รถระมัดระวังตัวมากขึ้น มิจฉาชีพจึงเปลี่ยนวิธีการรูปแบบใหม่ไปเรื่อย ๆ อาจจะเปลี่ยนจากการวางไว้ที่หน้ารถ ไปวางไว้ตรงตำแหน่งอื่น ๆ ที่ข้างรถแทน ที่ยังอยู่ในระยะสายตาคนขับ เพื่อให้คิดตามไม่ทัน และถึงแม้ในปัจจุบันจะไม่มีการใช้วิธีโจรกรรมแบบนี้แล้ว แต่ก็อยากเตือนให้ทุกคนระวังตัวเอาไว้ เพราะมันอาจเกิดขึ้นมาอีกกับเราได้โดยไม่ทันตั้งตัว

2. วางของขวางการขับรถออกจากที่จอดรถ

จอดรถอยู่ดีๆ แต่ขับออกไปไม่ได้เพราะใครก็ไม่รู้เอาของมาวางขวาง ทำให้เราต้องเดินลงจากรถเพื่อที่จะนำสิ่งกีดขวางออก ระวังเอาไว้ วิธีการนี้มีหลักเดียวกันกับการเอาเงินวางไว้หน้ารถ เพราะมิจฉาชีพต้องการให้เราลงจากรถไปเคลื่อนย้ายของเหล่านั้น ซึ่งพวกคนร้ายก็จะอาศัยจังหวะนี้ฉวยขึ้นรถเราไปโดยที่เราไม่ทันระวังตัวนั่นเอง

ภัยใกล้ตัว วางของเพื่อล่อให้ลงมาจากรถ
ก่อนลงจากรถมาเก็บของ ดูให้แน่ใจก่อนว่ารอบ ๆ รถปลอดภัย

ฉะนั้นก่อนขึ้นรถควรดูสภาพแวดล้อมรอบๆ รถของเราให้ดีว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่ หรือหากดูแล้วว่าไม่มี แต่เมื่อขับรถออก กลับมีสิ่งกีดขวาง ก่อนลงไปเอาสิ่งกีดขวางออกต้องสังเกตสภาพแวดล้อมรอบข้างว่าน่าไว้ใจหรือเปล่า โทรศัพท์ต้องเตรียมพร้อมโทรออกเบอร์ฉุกเฉิน และเมื่อลงจากรถต้องล็อกรถทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและรถของคุณ

3. อาศัยจังหวะจอดรถวิ่งขึ้นมาจี้

เหตุการณ์แบบนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะว่ามิจฉาชีพเหล่านี้จะมาพร้อมอาวุธ บังคับให้ผู้ขับไปในสถานที่อันตราย อาจแค่จี้ทรัพย์แล้วทิ้งเราไว้ในที่เปลี่ยว ร้ายแรงที่สุดคือการฆ่าชิงทรัพย์ที่อันตรายถึงชีวิต กลุ่มคนเหล่านี้จะสังเกตพฤติกรรมของเรามาพักใหญ่ก่อนจะก่อเหตุ ซึ่งบางครั้งอาจก่อเหตุอุกอาจถึงในที่จอดรถเลยทีเดียว

จอดรถ ระวังโจร
จอดรถในพื้นที่เปลี่ยว ล็อกประตูไว้ให้ดี

การป้องกันของผู้ขับขี่เองคือต้องล็อกประตูรถทุกด้านในทุกครั้งที่จอดรถ เพราะหากเกิดเหตุจริงๆ มิจฉาชีพเหล่านี้จะไม่สามารถขึ้นมาได้ แต่ก็ต้องระวังเรื่องอาวุธปืน หากเจอสถานการณ์ไม่ดีให้ขับรถหนี และโทรแจ้งตำรวจทันที

4. ขับรถชนเพื่อให้ผู้ขับรถลงมาเจรจา

แบบนี้ไม่เพียงแต่เจ็บใจที่รถเป็นรอย เกิดความเสียหายแล้ว ยังอาจจะเสียทรัพย์สินอีกด้วย เพราะบางครั้งอุบัติเหตุก็เกิดจากความตั้งใจ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือเป็นความตั้งใจ เรื่องนั้นคงไม่อาจรู้ได้ทันที แต่ต้องอาศัยการสังเกตสภาพแวดล้อม รวมถึงลักษณะของคู่กรณีว่ามีหลายคนหรือไม่ มีอาวุธมาหรือเปล่า

พยายามปิดล็อกประตูให้หนาแน่น อย่าลงไปเจรจาเพียงลำพัง
หากอยู่เพียงลำพัง อย่าลงไปเจรจา หรือเปิดช่องว่างให้คนภายนอกเข้ามาได้

ซึ่งหากเกิดรถชนอย่าเพิ่งลงไปจากรถ ล็อกประตูให้เรียบร้อยทุกด้าน และเรียกประกัน หากมีการเจรจาในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจอาจจะเจรจาโดยการเปิดกระจกเพียงเล็กน้อยแบบที่คู่กรณีไม่สามารถเอื้อมมือเข้ามาภายในรถได้ และคอยรายงานสถานการณ์ให้บุคคลใกล้ชิดรับทราบ รวมถึงคอยบันทึกเหตุการณ์ด้วยความระมัดระวังที่สุด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานปกป้องตัวเอง

5. กระโดดให้รถชนเรียกค่าเสียหาย

แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะดูตลก จนเกิดเป็นคลิปสร้างเสียงหัวเราะให้คนมากมายทั่วโลกโซเชี่ยล แต่ก็ถือว่าเป็นภัยใกล้ตัว ที่เป็นเหตุอุกอาจที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยทีเดียวกับการกระโดดมาให้รถชนเพื่อเรียกค่าเสียหาย ที่เกิดทั้งในพื้นที่พลุกพล่าน และถนนโล่ง


หลายคนหากินด้วยวิธีที่เอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง

โดยการกระโดดของมิจฉาชีพเหล่านี้จะกระโดดตัดหน้าแต่ไม่ยอมให้ตนเองเกิดอาการบาดเจ็บ เป็นการกระโดดลงพื้นที่อยู่หน้ารถแทน เรามักพบเจอข่าวแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนมิจฉาชีพจะเสียแรงเปล่า เพราะว่าทุกวันนี้รถเกือบทุกคันมีกล้องหน้ารถหมด ดังนั้นหากกระโดดใส่รถจริงก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถแล้ว

เรียกไว้ว่าสรรหาทุกวิถีทางจริง ๆ กับภัยใกล้ตัวจากมิจฉาชีพเหล่านี้ที่ต้องการการได้เงินทองมาอย่างง่ายได้ และไม่ต้องใช้ความพยายาม เพียงแค่กุเรื่องหลอกลวง หรือสรรหาวิธีการที่จะช่วยให้โจรกรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะไม่กลัวเวรกรรมย้อนกลับมาตามสนอง เราก็ต้องป้องกันตัวเอง เพราะมิจฉาชีพมาได้ในทุกคราบ ฉะนั้นแล้วการมีสติตั้งรับกับสถานการณ์ รวมถึงการเตรียมพร้อมเพื่อแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรารอดพ้นจากเหตุการณ์เหล่านี้ได้ ดังนั้นมีสติเอาไว้ก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้

ดูเพิ่มเติม
>> 8 วิธีใช้รถในห้าง “ขับยังไง ไม่ให้โดนด่า”

>> รถหาย ทำไงดี!! แล้วยังต้องผ่อนต่อหรือเปล่า?

เข้าดู ตลาดรถบ้านซื้อขายกันเอง ได้ที่นี่