6 วิธีดูสภาพเครื่องยนต์รถมือสอง ก่อนตัดสินใจซื้อ

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 20 ธ.ค 2560
แชร์ 34

หากรถมือสองคือคำตอบสุดท้ายของคุณในการเป็นรถคันต่อไป นอกจากสภาพตัวถัง ช่วงล่าง อุปกรณ์ภายในที่คุณต้องตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์ให้ดีแล้ว อีกจุดหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือเจ้าสิ่งที่อยู่ใต้ฝากระโปรงนั่นคือ การดูสภาพเครื่องยนต์ว่ายังพร้อมใช้งาน เป็นพาหนะที่ดีสำหรับคุณหรือไม่เมื่อซื้อไป หรือจะงองแงให้ซ่อมตั้งแต่ยังไม่ขับ เครื่องยนต์รถมือสองเป็นอีกจุดที่สำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ที่ต้องตรวจให้ดีก่อนซื้อ

วิธีดูเครื่องยนต์มือสอง

วิธีดูเครื่องยนต์มือสอง

สังเกตตามข้อดังต่อไปนี้ คือ “สัญญาณ”  ที่จะช่วยบอกได้ว่ารถมือสองคันที่คุณสนใจอยู่นั้นควรซื้อหรือไม่ ซื้อไปขับไม่ได้ ซ่อมแล้วซ่อมอีกกับเครื่องยนต์ที่สภาพไม่สมบูรณ์มีแต่จะพาให้ปวดหัวเข้าไปใหญ่ทั้งที่เพิ่งเสียเงินไปจำนวนไม่น้อย แต่เหมือนได้ความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตมาแทน ถ้าคุณไม่อยากจะต้องกุมขมับกับรถมือสองที่เครื่องยนต์สภาพไม่เอาไหนนี่คือ 6 ข้อที่คุณจะต้องนำไปพิจารณาให้ดี เกี่ยวกับเครื่องยนต์ก่อนตัดสินใจซื้อรถ

1.เริ่มที่ประวัติการซ่อมบำรุง (ถ้ามี)

ก่อนจะดูที่ตัวเครื่องยนต์ ขอผู้ขายดูประวัติการเข้าซ่อมบำรุงกับศูนย์บริการ (Book Service) ประวัติจากศูนย์บริการจะบอกรายละเอียดไว้ทั้งหมดกับการแก้ไข การซ่อมล่าสุด ถ้ารถที่คุณซื้อมีให้ดูนะ ถึงแม้รถมือสองมากปี มีอายุรถเริ่มมาก การเข้าซ่อมบำรุงกับศูนย์บริการอาจเป็นความคิดที่สิ้นเปลืองไปสักหน่อย ส่วนใหญ่แล้วรถใหม่ๆ เมื่อหมดระยะประกันจะหันไปคบหากับอู่นอกที่ค่าซ่อมค่าอะไหล่ถูกกว่า แต่อย่างน้อยลองถามกับเจ้าของรถดู เพื่อที่คุณจะได้ทราบความเป็นมาเป็นไปของรถ ว่าเคยมีปัญหาเสีย ต้องซ่อม ต้องเปลี่ยนอะไหล่อุปกรณ์ชิ้นไหนมาแล้วบ้าง ถึงแม้จะซ่อมกับอู่นอกเจ้าของรถก็อาจจะเก็บใบเสร็จการเข้าซ่อมบำรุงที่อู่นั้นไว้ก็มีทางเป็นไปได้

 

รายละเอียดของ Book Service ช่วยให้รู้ที่มาที่ไปของรถได้

รายละเอียดของ Book Service ช่วยให้รู้ที่มาที่ไปของรถได้

 

ได้รู้ประวัติการซ่อมบำรุงในอดีต จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อดี ประวัติอาจบอกรายการซ่อมของเครื่องยนต์ในจุดเดิมๆ บ่อยครั้ง แสดงว่าซ่อมไม่จบ ต้องเปลี่ยนบ่อยหรือเสียบ่อย จะด้วยเหตุผลที่ตัวรถหรือช่างฝีมือไม่ถึง แต่ก็เปรียบเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนให้กับคุณแล้วอย่างหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาที่คุณต้องเจอเมื่อซื้อรถคันนั้น

>> เข้าดู รถยนต์มือสอง ได้ที่นี่ 

2. รู้ถึงสัญญาณของเครื่องยนต์ที่ขาดการดูแล

การสังเกตสิ่งที่อยู่ใต้ฝากระโปรงรถที่เรียกว่า “เครื่องยนต์” สามารถบอกสัญญาณความผิดปกติในการทำงานได้ ทั้งในตอนที่ติดเครื่องอยู่หรือไม่ก็ตาม ในการดูสภาพเครื่องยนต์มือสองนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสังเกตทั้งการทำงานของเครื่องยนต์ขณะสตาร์ทรถหรือแม้กระทั่งตอนที่เครื่องดับอยู่ทิ้งหลักฐานความผิดปกติไว้ บางสิ่งสามารถบอกกับคุณได้ว่ารถคันนั้นได้รับการดูแลจากเจ้าของเก่ามากน้อยแค่ไหน และสิ่งที่คุณต้องสังเกตกับเครื่องยนต์มีดังต่อไปนี้

  • คราบสิ่งสกปรกที่ขั้วแบตเตอรี่

คราบขี้เกลือขาวๆ ติดกังอยู่ที่ขั้วแบตเตอรี่เพียงแค่เปิดฝากระโปรง ไม่ต้องสตาร์ทรถก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของรถขาดการเอาใจใส่ ปล่อยให้คราบสกปรกเกาะค้างที่ขั้วแบตเป็นระยะเวลานาน ไม่เคยทำความสะอาด ส่งผลให้การส่งกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ของรถคันนั้นอาจไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร

  • มีกลิ่นไหม้เมื่อสตาร์ท

กลิ่นไหม้เป็นอาการที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับเครื่องยนต์ แสดงถึงว่ามีอะไหล่อุปกรณ์ส่วนใดของเครื่องที่ใช้การไม่ได้ ถึงแม้เครื่องยนต์จะมีกลิ่นมากมายออกมาจากการทำงานตามระบบ แต่เรื่องกลิ่นไหม้เป็นอะไรที่อันตรายมากที่สุด

  • การรั่วซึม

คราบน้ำมันหล่อลื่น หรือคราบเกาะค้างของสารต่างๆ ภายในเครื่องยนต์ แสดงให้เห็นถึงการการรั่วซึมตามจุดต่างๆ ของเครื่องยนต์ในขณะทำงานและเจ้าของรถปล่อยปะ ไม่ซ่อม การรั่วซึมหนักหรือเบาต้องแล้วแต่จุดที่เกิดการรั่ว อาจจะเล็กน้อยแค่ทำให้แอร์ไม่เย็นอย่างคราบน้ำยาแอร์ หรือรุนแรงจนทำให้รถใช้การไม่ได้อย่างคราบน้ำมันเครื่อง ต้องตรวจสอบที่มาแล้วพิจารณาว่ารถมือสองคันนั้นยังเป็นรถที่น่าซื้ออยู่หรือไม่

 

สภาพเครื่องยนต์ที่มีคราบน้ำมันเยิ้มตามจุดต่างๆ แสดงให้ว่ามีจุดใดจุดหนึ่ง  ของเครื่องยนต์อาจรั่วซึม

สภาพเครื่องยนต์ที่มีคราบน้ำมันเยิ้มตามจุดต่างๆ แสดงให้ว่ามีจุดใดจุดหนึ่ง

  • ระดับของเหลวต่ำ

เจ้าของรถขาดการดูแล จนทำให้น้ำมันหล่อลื่นของเหลวตามระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ เช่นน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์อยู่ในระดับต่ำ ต่ำเกินที่จะเครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และการที่ระดับของเหลวต่ำอาจเป็นสัญญาณของการรั่วซึม ซีลยางเครื่องยนต์เสื่อมสภาพจนน้ำมันกระเด็นออกมาได้เป็นคราบให้เห็นที่ภายนอกของเครื่องยนต์ ๅๆ

คุณก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเจ้าของรถปล่อยให้ระดับของเหลวต่ำกว่าเกณฑ์มานานแค่ไหนแล้ว อาจนานพอจนอาจกลายเป็นต้นเหตุให้อุปกรณ์ต่างๆ เกิดความเสียหายได้ในอนาคตอันใกล้หรือเมื่อคุณซื้อรถคันนั้นไปใช้งานต่อก็เป็นได้

3.ลองสตาร์ทตอนเครื่องเย็น

ถ้าในกรณีซื้อรถกับเต็นท์รถ แนะนำว่าไม่ควรบอกผู้ขายว่าจะเข้าไปวันไหน ตอนไหน เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขายได้เตรียมรถและเครื่องยนต์ก่อนคุณจะเข้าไปดู จะทำให้คุณไม่ได้เห็นสภาพความเป็นจริงเมื่อตอนเครื่องเย็นๆ แล้วสตาร์ทว่าเครื่องจะติดยากหรือไม่

หากเครื่องยนต์สตาร์ทติดยาก สันนิษฐานได้ว่าตัวรถน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่หรือไดสตาร์ท ถ้าเสียงหอนตอนสตาร์ทติดใหม่ๆ แสดงว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสายพาน และอีกจุดหนึ่งที่ต้องสังเกตตอนสตาร์ทเมื่อเครื่องเย็น คือควันไอเสียถ้ามีควันดำหรือควันขาวจำนวนมากออกมาเมื่อตอนสตาร์ทติดแสดงว่าภายในเครื่องยนต์อยู่ในสภาพไม่ค่อยสมบูรณ์สักเท่าไรแล้ว

>> เข้าดู รถกระบะมือสอง ได้ที่นี่

4.สีและกลิ่นของควันไอเสีย

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว กรณีลองสตาร์ทรถเรื่องกลิ่นและเรื่องสีของควันไอเสียสามารถบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวของรถคันนั้นกับคุณได้ ถ้าเครื่องยนต์อยู่ในสภาพปกติ อาจมีควันไอเสียเล็กน้อยพร้อมกับกลิ่นไอเสียปกติธรรมดาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นควันสีดำจำนวนออกมาเป็นจำนวนมาก พร้อมกลิ่นเหม็นน้ำมันอันรุนแรงบ่งบอกได้ว่าเครื่องยนต์กำลังเผาไหม้น้ำมันเครื่อง ที่เล็ดลอดเข้าไปในระบบเผาไหม้ จากควมเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ภายในเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของเครื่องยนต์ที่จะมาพร้อมราคาค่าซ่อมจำนวนมาก

 

ควันและกลิ่นบอกได้ถึงสภาพภายในเครื่องยนต์

ควันและกลิ่นบอกได้ถึงสภาพภายในเครื่องยนต์

 

5.แค่สตาร์ททิ้งเครื่องทิ้งไว้ ก็บอกอะไรได้กับคุณ

เปิดฝากระโปรง สตาร์ทรถติดเครื่อง เปิดแอร์ให้เสมือนการใช้งานจริงๆ ทิ้งไว้ แล้วสังเกตรอบเดินเบาว่าเครื่องยนต์ทำงานปกติหรือไม่ ดูการทำงานของอุปกรณ์ที่เครื่องยนต์ทำงานร่วม เช่นสายพาน ควรทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่หย่อนหรือตึงเกินไป เครื่องยนต์ต้องไม่มีอาการสั่น กระตุก หรือเสียงดังผิดปกติที่จุดใดจุดหนึ่งเพราะนั่นอาจหมายถึงปัญหาเกี่ยวกับน้ำมันเครื่อง และอีกจุดคือเรื่องความร้อน สตาร์ททิ้งไว้สัก 20-30 และอย่าลืมสังเกตอุณหภูมิเครื่องยนต์ด้วยว่ามีปัญหาเรื่องความร้อนขึ้นสูงผิดปกติหรือไม่

6. ถ้าไม่มั่นใจให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยดูดีกว่า

ถ้าทั้งหมดที่แนะนำมานั้นยังไม่มั่นใจ แล้วคุณอยากเพิ่มความมั่นให้กับเครื่องยนต์รถมือสองที่คุณกำลังจะซื้อ แนะนำให้นำช่างหรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่กับรถ กับเครื่องยนต์มีประสบการณ์มากกว่าคุณ ไปช่วยดูรถมือสองคันนั้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งเสียงในการช่วยพิจารณาสภาพเครื่องยนต์โดยรวมว่าควรซื้อรถคันนั้นไหม

 

มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูก่อนตัดสินใจซื้อจะช่วยคุณได้มาก

มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูก่อนตัดสินใจซื้อจะช่วยคุณได้มาก

 

ถ้าช่างที่คุณพาไปมีความชำนาญรถรุ่นที่คุณจะซื้อด้วยยิ่งดี จะช่วยคำนวนค่าใช้จ่ายหลังจากซื้อรถ ว่าคุณจะต้องทำ จะต้องเปลี่ยนอะไร ตรงไหนบ้าง และควรเตรียมงบซ่อมเพื่อให้รถใช้งานได้ดีสมบูรณ์อยู่ที่เท่าไร เพื่อให้คุณนำไปประกอบการพิจารณา ตัดสินใจซื้อรถคันนั้นได้ง่ายยิ่งขึ้น

>> เข้าดู รถตู้ราคาถูก ได้ที่นี่

ทั้งหมดคือเรื่องเกี่ยวการดูเครื่องยนต์ของรถมือสอง บางข้อทำได้ไม่ยากแต่บางอย่างอาจต้องใช้ประสบการณ์จึงเป็นที่มาของการนำช่างมาช่วยดูรถมือสอง คำว่ารถมือสองกับเรื่องเครื่องยนต์ น้อยมากที่จะมีสภาพสมบูรณ์อยู่ที่คุณ เข้าใจ รับได้แค่ไหนกับสภาพรถ สภาพเครื่องเมื่อเทียบกับราคาค่าซ่อมที่ต้องจ่าย ให้รถพร้อมใช้งานหรือแม้ค่าบำรุงรักษาในอนาคตก็ตาม

ดูเพิ่มเติม

>> 6 เรื่องรถมือสองที่ผู้ขายไม่อยากบอกกับคุณตอนซื้อ

>> เผย! 5 อันดับ”รถมือสอง” ราคาไม่ตก

ติดตามเรื่อง ราคารถยนต์ใหม่ๆ ได้ที่นี่