Mitsubishi Attrage 2018 Vs Honda City 2018 กับความโดดเด่นที่แตกต่างกัน

16 ต.ค 2561
นับเป็นรถซีดานอีก 2 รุ่น ที่มีความโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้ง 2 รุ่น ว่าจะมีจุดเด่นอยู่ที่ตรงไหนกันบ้าง

The New Mitsubishi Attrage 2018

The New Mitsubishi Attrage 2018

New Honda City 2018

New Honda City 2018

ถือเป็นรถยนต์ซีดานแบบ Sub Compact ที่น่าซื้อมาใช้เป็นอย่างยิ่ง สำหรับทั้ง Mitsubishi Attrage 2018 และ Honda City 2018 ที่เป็นรุ่น Minor Change ที่มรความโดดเด่นทั้งคู่เลยทีเดียว แล้วความโดดเด่นของทั้งสองรุ่นอยู่ตรงไหนบ้างมาชมกันเลยค่ะ

ภายนอกของ Mitsubishi Attrage 2018 กับดีไซน์ที่เรียบง่าย ด้วยความกลมกล่อมของลายเส้น แต่ยังให้ความรู้สึกของ City Car อยู่

ภายนอกของ Mitsubishi Attrage 2018 กับดีไซน์ที่เรียบง่าย

สปอยเลอร์ท้ายแบบเรียบๆ มาพร้อมกับไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น

สปอยเลอร์ท้ายแบบเรียบๆ มาพร้อมกับไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่โดดเด่น

ภายนอก 

ประเมิน Mitsubishi Attrage 2018

สปอร์ตมากขึ้น ได้รับการออกแบบไฟท้ายแบบใหม่ ที่สอดรับกับกันชนหลังดีไซน์ใหม่ ด้านไฟหน้าเป็นมัลติรีเฟลกเตอร์แบบฮาโลเจน ชุดไฟตกแต่งแบบ LED กระจังหน้าตกแต่งแบบโครเมียมรมดำ พร้อมล้อสีเงินรมดำ ได้รับการดีไซน์เส้นสายรอบคันให้ดูลุ่มลึกแต่แฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยวสุดทันสมัยผสานกับกระจังหน้าโครเมียมแนวขวางที่เรียงซ้อนกัน เสริมด้วยคิ้วฝากระโปรงท้ายตกแต่งแบบโครเมียม มือเปิดประตูด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ล่าสุด กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ มาพร้อมกับมิติตัวถังยาว 4,305 มม. กว้าง 1,670 มม. สูง 1,505 มม. ระยะฐานล้อ 2550 มม. ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร มาพร้อมกับ 4 รุ่นย่อย GLX เกียร์ธรรมดา, GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT, GLS เกียร์อัตโนมัติ CVT และ GLS LTD เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม 6 สีให้เลือก ได้แก่ สีแดง Wine red,  สีเทา TITANIUM GRAY, สีดำ PYRENEES BLACK, สีเงิน COOL SILVER METALLIC, สีน้ำเงิน CERULEAN BLUE MICA และสีขาวมุก WHITE PEARL

ดูเพิ่มเติม
>> Mitsubishi Attrage 2018 ปะทะ Toyota Vios 2018 รุ่นไหนคุ้มค่ากว่ากัน

>> ใหม่ Mitsubishi Attrage 2018 มิตซูบิชิ แอททราจ ตารางราคา-ผ่อน-ดาวน์ ล่าสุด
 

Honda City 2018 กับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ในสไตล์โฉบเฉี่ยว

ดีไซน์ด้านข้างในสไตล์สปอร์ต

ดีไซน์ด้านข้างในสไตล์สปอร์ต

ประเมิน Honda City 2018

Sub Compact ซีดาน รุ่นหลักในตลาดเมืองไทย โดยถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 สำหรับในบ้านเรา และเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ในตลาดโลกเลยนะคะ สำหรับ Honda City  ที่ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอก และภายใน มาพร้อมกับกระจังหน้าที่ได้รับการดีไซน์ใหม่ เป็นแถบโครเมียมขนาดใหญ่ผสานกับแผงรังผึ้ง ติดตั้งชุดไฟหน้าในรูปแบบ LED (รุ่น S, V และ V+ ใช้ไฟแบบ มัลติรีเฟล็กเตอร์) มาพร้อมกับไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบหรือ Daytime Running Light แบบ LED ในทุกรุ่นย่อย เช่นเดียวกับไฟตัดหมอกเป็นไฟแบบ LED ในขณะที่มือจับประตูเป็นแบบโครเมียม (รุ่น S-V สีเดียวกับตัวรถ) เสาอากาศมาในรูปแบบครีบฉลาม ส่วนไฟท้ายคงรูปแบบ LED เช่นเดิม แต่ชุดกันชนมีการดีไซน์ใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น โดดเด่นขึ้นอีกขั้นกับล้อแม็กออกแบบใหม่ดีไซน์แบบทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Turanza ER370 ขนาด 185/55 R16 รุ่นย่อยอื่นๆ ใช้ขนาด 15 นิ้ว (ยาง 175 / 65 R15) โดยมีมิติตัวรถ ยาว 4,440 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,477 มม. (ยกเว้นรุ่น S/V สูง 1,471 มม.) ระยะฐานล้อ ฐานล้อ 2,600 มม. ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า/คู่หลัง 1,476/1,465 มม. (รุ่น S, V และ V+ มีระยะ 1,492/1,481 มม.) น้ำหนัก 1,102 กก. ความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร ประกอบด้วย 5 รุ่นย่อย คือ S MT, S CVT, V CVT, V+ CVT, SV CVT และ SV+ CVT  มาพร้อมกับ 6 สีให้เลือก น้ำเงิน-คอสมิก เมทัลลิก (มีเฉพาะรุ่น SV/SV+), ขาว-ออร์คิด มุก (มีเฉพาะรุ่น SV/SV+), เทา โมเดิร์นสตีล (ยกเว้นรุ่น S), ดำ-คริสตัล, ขาว-ทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น V+/ V/S) และ เงิน-ลูนาร์ เมทัลลิก

Mitsubishi Attrage กับการตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Piano Black

Mitsubishi Attrage กับการตกแต่งภายในด้วยวัสดุ Piano Black

พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานผ่านปลายนิ้ว

พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานผ่านปลายนิ้ว

ภายใน

Mitsubishi Attrage 2018

ภายในห้องโดยสารปรับให้มีความสปอร์ตมากขึ้นตกแต่งภายในแบบเปียโนแบล็ค เสริมความสปอร์ตด้วยเบาะหนังเดินด้ายแดง  หัวเกียร์หุ้มหนัง ฐานเกียร์ตกแต่งแบบ Piano black พร้อมไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ และพวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง เพิ่มความหรูหราด้วย Silver decoration เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคนขับปรับสูง-ต่ำได้ มาตรวัดแบบ Combination meter พร้อมตกแต่งแบบ silver decoration โดดเด่นเหนือใคร จอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ แสดงข้อมูลได้หลายแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ ตกแต่งมือจับประตูด้านในแบบโครเมียม เพิ่มความหรูหรา

ภายใน Honda City 2018 ตกแต่งแบบพรีเมียม ด้วยวัสดุ Piano Black และการใช้สีเมทัลลิก

ภายใน Honda City 2018 ตกแต่งแบบพรีเมียม ด้วยวัสดุ Piano Black และการใช้สีเมทัลลิก

ภายใน Honda City 2018 ตกแต่งแบบพรีเมียม ด้วยวัสดุ Piano Black และการใช้สีเมทัลลิก

Honda City 2018

ตกแต่งด้วยธีมสีดำ บริเวณคอนโซลยังคงดีไซน์รูปแบบเดิม แต่มีการเติมเต็มความน่าสนใจโดยใช้สีกันเมทัลลิก ผสมผสานการตกแต่งด้วยแถบวัสดุสี Piano Black สำหรับรุ่นท็อปตกแต่งเบาะนั่งด้วยผ้าลวดลายใหม่สีดำลายสปอร์ต รวมไปถึงไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร-ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า เป็นไฟแบบ LED มาตรวัดดีไซน์วงกลม 3 ช่อง แบบเรืองแสง (Self-illuminating Meters) สีขาว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID ฝั่งขวาสุด แสดงผลระยะการเดินทาง, ทริปเอ-บี, อุณหภูมิ, อัตราความสิ้นเปลืองทั้งแบบเรียลไทม์และเฉลี่ย นอกจากนี้บริเวณขอบบนของช่องวัดความเร็วยังมีแถบไฟ ECO Coaching หรือระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ที่ช่วยแนะนำให้ผู้ขับขี่ใช้เชื้อเพลิงอย่างรู้คุณค่า โดยวัดจากพฤติกรรมการเหยียบเบรก และคันเร่งของผู้ขับขี่ ซึ่งจะแสดงผลด้วยการเปลี่ยนสีที่มาตรวัดเรืองแสง โดยระบบจะช่วยส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยโลกในการประหยัดพลังงาน พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น ก้านฝั่งซ้ายควบคุมเครื่องเสียง-รับโทรศัพท์ ก้านฝั่งขวาควบคุมการทำงานของระบบครูสคอนโทรล สามารถปรับตำแหน่งได้ 4 ทิศทาง พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด

เครื่องยนต์ DOHC MIVEC 1.2 ลิตร 3 สูบ 12 วาล์ว ทำงานควบคู่กับระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC

เครื่องยนต์ DOHC MIVEC 1.2 ลิตร 3 สูบ 12 วาล์ว ทำงานควบคู่กับระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC

ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ทำงานพร้อมกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS III

ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ทำงานพร้อมกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS III

ขุมพลัง

Mitsubishi Attrage 2018

เครื่องยนต์ DOHC MIVEC 1.2 ลิตร 3 สูบ 12 วาล์ว กำลังสูงสุด 78 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 100 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่ำนาที ท่อไอดีออกแบบใหม่เพื่อให้อากาศไหลเข้าเครื่องยนต์เร็วขึ้น ทำงานควบคู่กับระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC (Mitsubishi Innovation Value timing Electronic Control system) ช่วยให้เครื่องยนต์ตอบสนองการขับขี่ได้ทุกรอบความเร็วของเครื่องยนต์ ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด  ไปได้ไกลเหนือใครด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด 22 กม./ลิตร และเมื่อผู้ขับใช้รอบเครื่องยนต์และความเร็วช่วงที่ประหยัดน้ำมันจะมีไฟ สัญญาณ ECO แสดงขึ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ขับทราบ มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuously Variable Transmission) ควบคุมการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้การปรับเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวลแม่นยำ เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อน ช่วยรักษารอบเครื่องไว้อย่างต่อเนื่อง ตอบสนองทุกอัตราเร่งและประหยัดน้ำมัน และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS III (Intelligent & Innovative Vehicle Electronic System III) นุ่มนวล แม่นยำ วิเคราะห์ลักษณะนิสัยการขับขี่ของผู้ขับแต่ละคน เพื่อนำไปประมวลผลในการเปลี่ยนเกียร์ ขับได้แน่นขึ้นด้วยระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทคอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยขณะขับขี่ที่มีความเร็วสูง ได้รับมาตรฐาน Euro 4 ผ่านการรองรับมาตรฐานมลพิษระดับ 4 (Euro 4) จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2540-2554

เครื่องยนต์เป็นแบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) 4 สูบเรียง 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร และระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI

เครื่องยนต์เป็นแบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) 4 สูบเรียง 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร และระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI

เทคโนโลยี Earth Dreams

เทคโนโลยี Earth Dreams

Honda City 2018

เครื่องยนต์เป็นแบบซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) 4 สูบเรียง 16 วาล์ว i-VTEC 1.5 ลิตร สำหรับระบบจ่ายเชื้อเพลิงเป็นหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันหรือ CVT พร้อมระบบ Shifting Control of Cornering Gravity & G Design Shif อัตราทดเกียร์ 2.526-0.408 อัตราเกียร์ถอยหลัง 2.706-1.382 ที่พัฒนาเป็นเทคโนโลยี Earth Dreams อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 17.9 กม.ลิตร นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงให้เครื่องยนต์สามารถรองรับน้ำเชื้อเพลิง E85 ได้ มาพร้อมกับระบบช่วงล่างที่ยังคงรูปแบบเดิม โดยด้านหน้ามาในรูปแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape ส่วนระบบพวงมาลัยมาเป็นแบบแร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) พวงมาลัยหมุนสุด 3 รอบ รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อนด้านหลังดรัมเบรก

ถุงลมนิรภัย 2 คู่หน้า

ถุงลมนิรภัย 2 คู่หน้า

ตัวถังนิรภัย RISE Body (Reinforced Impact Safety Evolution)

ตัวถังนิรภัย RISE Body (Reinforced Impact Safety Evolution)

มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ ระบบป้องกันการชน RMS

มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน อาทิ ระบบป้องกันการชน RMS

ความปลอดภัย

Mitsubishi Attrage 2018

ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ ETACS (Electronic Time and Alarm Control System) ด้วยฟังก์ชั่นกุญแจรีโมทพร้อมระบบควบคุมกระจกมองข้างพับและกางอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการจอดรถในที่แคบ, ระบบล็อกประตูซ้ำอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัย ระบบจะสั่งล็อกประตูทุกบาน โดยอัตโนมัติหากไม่มีการเปิดประตูภายใน 30 วินาที หลังจากการกดปุ่มปลดล็อก, ระบบตัดการทำงานไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟหน้ารถจะดับเองอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์และเปิดประตูช่วยให้ประหยัดไฟในแบตเตอรี่, สัญญาณเสียง เมื่อประตูปิดไม่สนิท  สัญญาณเสียงจะเตือนเมื่อมีการออกรถในขณะที่ประตูรถปิดไม่สนิท, ระบบหน่วงเวลาปิดไฟในห้องโดยสารภายใน 15 วินาที เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบสัมภาระหรืออุปกรณ์ภายในรถ, ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน  เพียงขยับก้านไฟเลี้ยวเล็กน้อย ไฟเลี้ยวและสัญญาณไฟเตือนในหน้าปัดจะกระพริบ 3 ครั้ง, ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดกระจกไฟฟ้า หลังดับเครื่องยนต์ กระจกไฟฟ้าจะยังสามารถเปิด-ปิดได้ต่อไปอีกภายใน 30 วินาที (ก่อนเปิดประตู) ทั้งยังปลอดภัยด้วยตัวถังนิรภัย RISE Body (Reinforced Impact Safety Evolution), ระบบถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า, ระบบเบรกแบบ ABS (Antilock Braking System)  ช่วยป้องกันล้อล็อก, ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD (Electronic Brake-force Distribution) จะทำงานประสานกับระบบเบรก ABS เพื่อการกระจายแรงเบรกอย่างเหมาะสมทั้ง 4 ล้อ ช่วยให้การหยุดรถสั้นลง, เข็มขัดนิรภัยดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติแบบดึงกลับคู่  (Double Pretensioner and Force-limiter)  ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น และเป็นการลดการบาดเจ็บบริเวณหน้าอกได้ดีขึ้น

ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน

ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่งรอบคัน

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง

โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง

Honda City 2018

เติมเต็มความมั่นใจให้คุณในทุกเส้นทาง กับอีกขั้นมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบความควบคุมการทรงตัวของรถขณะเข้าโค้ง (VSA) เพื่อให้รถสามารถเข้าโค้งได้อย่างง่ายและไม่สั่นโคลง ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่ทางบนลาดชัน (HSA) ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน (ESS) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ Multi-angle Rearview Camera กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอยโดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน, เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ, เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง, เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง 2 จุด 1 ตำแหน่ง, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย, จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX & Child Anchor) และระบบถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าแบบอัจฉริยะ i-Side Airbags และม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags สร้างความเชื่อมั่นกว่าเดิมด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง

Mitsubishi Mirage 2018 รถซีดาน แบบ City Car ที่ประหยัดน้ำมันอย่างมาก

Mitsubishi Mirage 2018 รถซีดาน แบบ City Car ที่ประหยัดน้ำมันอย่างมาก

Honda City 2018 กับความคุ้มค่าที่ครบครัน

Honda City 2018 กับความคุ้มค่าที่ครบครัน

สรุป

ความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นนี้มีไม่มาก ความโดดเด่นของ Honda City 2018 อยู่ที่ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ความแรงของเครื่องที่มากกว่า และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ในขณะที่ Mitsubishi Attrage 2018 ไม่ได้ด้อยกว่าในเรื่องของดีไซน์เลย แต่ด้วยการดีไซน์ที่ต้องการให้ดูกลมกล่อมไม่โฉบเฉี่ยวเท่าใดนัก ซึ่งการเลือกซื้อก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ของผู้ขับขี่เอง แต่ Mitsubishi Attrage 2018 มีความโดดเด่นอยู่ที่การปรับหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า ส่วนด้านความปลอดภัยก็โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งานภายในรถทั้ง 2 รุ่นก็จัดเต็ม เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างถึงที่สุด และด้วยราคาที่ต่างกันไม่ถึง 1 แสนบาท ก็ทำให้ทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นคู่แข่งกันที่สมน้ำสมเนื้อกันอย่างมาก

ดูเพิ่มเติม
>> ราคา ฮอนด้าซิตี้ Honda City เดือนมกราคม 2561

>> ญี่ปุ่นเปิดตัว Toyota Passo Moda ใหม่ รถเล็กน่ารัก เลือกได้ตามสไตล์​​​

สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจรถทั้ง 2 รุ่นนี้ ก็ขอแนะนำให้เลือกตามความชอบในงานดีไซน์ของแต่ละรุ่น เพราะฟังก์ชั่นอื่นๆ ไม่แตกต่างกันมากนัก และเพื่อความมั่นใจอย่าลืมไปลองขับขี่ทั้ง 2 รุ่น เพื่อให้ได้รถที่เหมาะกับการขับขี่ของแต่ละคนกันนะคะ บทความเรื่องรถดีๆ เรื่องต่อไปจะเป็นอะไร อย่าลืมติดตามกันได้ที่ Chobrod.com นะคะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่ 
ค้นหาข้อมูลรายละเอียดสามารถเข้าดูวีวิวรถ เชิญที่นี่

ข่าวเจาะประเด็น

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ