เมื่อ Alexa มาอยู่ในรถยนต์ SEAT

11 ก.ย 2561
ระบบสั่งการด้วยเสียงเป็นระบบหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้สะดวกมากขึ้นและก็เลี่ยงไม่ได้เลยที่ค่ายรถยนต์ต่างๆจะนำมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ มันกำลังเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆเมื่อ SEAT นำมันมาทดลองในรถยนต์ของตนแล้ว

ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าใครเป็นคนพาคนทั้งโลกเข้าสู่การใช้งานสมาร์ทโฟนเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ไอโฟนรุ่นแรกออกมาให้ผู้คนหลักพันล้านคนได้ยลโฉมในปี 2007 และกวาดยอดขายไปกว่า 6 ล้านเครื่อง นับแต่นั้นผู้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มคุ้นเคยกับคำว่า สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช่แค่ใช้โทรเข้าออก มีจอทัชสกรีนที่ทั้งเครื่องแทบจะไม่มีปุ่มแต่สามารถทำอะไรได้มากกว่าโทรศัพท์มือถือในยุคก่อนๆ นับได้ว่าผู้ที่ลากมนุษยชาติเข้าสู่อารยธรรมสมาร์ทโฟนนั้นเป็นผู้ที่มีความฉลาดอย่างแท้จริง

คนฉลาดมีอยู่จริงและก็ยังอยากจะสรรค์สร้างสิ่งอื่นๆที่ทำได้มากกว่าสมาร์ทโฟนเข้าไปอีก และไม่ได้จำกัดว่ามันจะต้องเป็นโทรศัพท์ด้วย ไอเดียวคร่าวๆแบบนี้นำมาซึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่น่าสนใจที่เรียกว่า Alexa พัฒนาโดยบริษัท Amazon ที่มีซีอีโอชื่อดังก้องโลกว่า เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ชายผู้นี้สามารถสร้างบริษัทที่ทำกำไรในเฉพาะในไตรมาสที่4ของปี 2017ไตรมาสเดียวไปประมาณ58,000ล้านบาท ซึ่งนั่นเท่ากับกำไรของบริษัทตลอด14ปีรวมกันนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา

เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทAmazon

เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทAmazon

Alexa ที่พัฒนาโดยบริษัท Amazon นี้คือระบบการสั่งงานด้วยเสียงผนวกเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของ Amazon เพราะบริการ Alexa Voice Service ทำให้บริษัทต่างๆนำไปพัฒนารวมกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดๆก็ได้ และอุปกรณ์นั้นก็จะกลายเป็นอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมได้ด้วยเสียงกลายเป็นผู้ช่วยเสมือนได้ในทันที การทำงานที่เป็นประโยชน์แบบนี้จึงถูกหยิบยกมาใส่ในรถยนต์ ผนวกรวมกันให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นไปอีก

ค่ายรถยนต์ค่ายหนึ่งที่นำเอา Alexa มาใช้และกำลังพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องคือ SEAT ในรถยนต์ของ  SEAT นี้ Alexa ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะโดยการรับคำส่งจากผู้ขับขี่ในขณะที่ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนน มือไม่ต้องละพวงมาลัย รองลงมาคือการสร้างความบันเทิงทั้งหลายให้กับผู้โดยสาร ปัจจุบัน Alexa ถูกนำมาทดสอบในรถยนต์ SEAT รุ่น Ateca และ Leon

ดูเพิ่มเติม
>>
 ภาพทีเซอร์แรก Mercedes CLS 2019
>> อาลีบาบากรุ๊ป ทุ่มวิจัยยานยนต์ไร้คนขับ

หน้าตาของรถยนต์ Seat Ateca

หน้าตาของรถยนต์ Seat Ateca

หน้าตาของรถยนต์ Seat Leon Cupra

หน้าตาของรถยนต์ Seat Leon Cupra

คุยกับ Alexa

ในยุคก่อนค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายค่ายพัฒนาระบบสั่งงานด้วยเสียงแต่สุดท้ายก็ยังติดปัญหาเรื่องประสิทธิภาพอย่างเช่น ต้องพูดคำๆนี้เท่านั้นระบบถึงจะเข้าใจ อย่างเช่นในประเทศไทย การจะพัฒนาระบบสั่งการด้วยเสียงให้เป็นภาษาไทยยังค่อนข้างยากสำหรับค่ายรถยนต์ เช่นสมมติว่า จะเปิดเพลงฟัง เราจะบอกกับเครื่องเสียงว่าอย่างไร เปิดเพลง ก. หรือ เล่นเพลง ก. ของศิลปินคนนี้ ความต้องการเดียวกันแต่สามารถใช้คำพูดได้หลากหลายแบบนี้ยังนับว่ายากสำหรับค่ายรถยนต์ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของ Amazon Alexa  ที่ผู้คิดค้นใช้ภาษาของตัวเอง(อังกฤษ)แถมยังมีปัญญาประดิษฐ์คอยคิดให้อีกว่าที่พูดนั้นต้องการสื่ออะไร ทำให้การสั่งการด้วยเสียงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดเข้าไปสองครั้งที่ปุ่มเพิ่มลดเสียงที่พวงมาลัยแล้วเจ้า Alexa จะส่งเสียงพร้อมออกมายังผู้ขับ แล้วเราก็สามารถสั่งการมันได้เลยราวกับมีเลขาส่วนตัว เราลองมาดูตัวอย่างของการใช้งาน Alexa ในรถยนต์ SEAT กันว่าเป็นอย่างไร (ตัวอย่างที่กำลังกล่าวถึงนี้ถูกใช้งานในภาษาอังกฤษ)

สะกิดเรียก Alexa ให้ฟังเราโดยการกดปุ่มที่พวงมาลัย

สะกิดเรียก Alexa ให้ฟังเราโดยการกดปุ่มที่พวงมาลัย

ผู้ขับ: ขอให้ SEAT ช่วยหาร้านอาหารให้หน่อย

Alexa(ที่อยู่ในรถยนต์SEAT): คุณต้องการค้นหาร้านอาหารที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันของคุณหรือต้องการระบุสถานที่?

ผู้ขับ: ตำแหน่งปัจจุบัน

Alexa: ฉันพบร้านอาหาร “ABC” บนถนน “กขค” คุณต้องการเซ็ตระบบนำทางไปยังร้านนี้เลย หรือจะโทรจองที่นั่ง หรือจะค้นหาเพิ่มเติม?

ผู้ขับ: เซ็ตระบบนำทาง

Alexa: กรุณายืนยันด้วยว่าคุณต้องการไปร้านอาหารนี้ด้วยระบบนำทาง

หลังจากนั้นราวกับเวทมนต์ทั้งๆที่ไม่ได้แตะต้องปุ่มใดๆเลยระบบนำทางในรถยนต์SEATก็แสดงผลที่อยู่ของร้านอาหาร ABC ผู้ขับแค่ยืนยันอีกครั้งว่าให้นำทางได้ เจ้าระบบนำทางก็จะคอยบอกเส้นทางที่จะต้องไป นี่คือตัวอย่างการสั่งการด้วยเสียงของ Alexa ในรถยนต์ SEAT ที่เป็นจริงแล้วในปัจจุบันจากการร่วมมือกันของค่ายรถยนต์ SEAT และบริษัท Amazon

ค่ายรถยนต์ SEATไปไงมาไงเอา Alexa มาผนวกกับรถยนต์

SEAT มีความภูมิใจเป็นอย่างมากในการเป็นค่ายรถยนต์จากยุโรปค่ายเแรกที่รวมเอา Amazon Alexa เข้ามาไว้ในรถยนต์เพื่อใช้ช่วยในการสั่งงานด้วยเสียง และเชื่อว่า Alexa คือแอพพลิเคชั่นที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสั่งงานด้วยเสียงในปัจจุบัน ซึ่งการรวม Alexa เข้ามาไว้ในรถทำให้เทคโนโลยีในรถยนต์ก้าวหน้าไปได้เร็วขึ้นอีก

เชื่อมต่อ Alexa application เข้ากับเครื่องเสียงรถยนต์

เชื่อมต่อ Alexa application เข้ากับเครื่องเสียงรถยนต์

แรกเริ่มเดิมทีค่ายรถยนต์พิจารณาที่จะนำ Amazon Echo ซึ่งเป็นลำโพงบลูทูธที่มี Alexa ในตัวเอามาติดตั้งไว้ในรถยนต์เลย แต่จนแล้วจนรอดด้วยอุณหภูมืของรถยน์กลางแดด แรงสั่นสะเทือนต่างๆทำให้ความทนทานของ Amazon Echo ที่ปกติใช้ในครัวเรือนไม่ผ่านมาตรฐานของค่ายรถยนต์ ในตอนหลังจึงเปลี่ยนมาเป็นการนำแอพพลิเคชั่น Alexa มาใช้ โดยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาไว้ในสมาร์ทโฟนจากนั้นก็เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับเครื่องเสียงของรถยนต์ผ่านบลูทูธอีกที เพียงเท่านี้ก็จะสามาถใช้งานผู้ช่วยดิจิตอลของ Amazon ที่มีนามว่า Alexa ผ่านลำโพงและไมโครโฟนในรถยนต์ได้เลย เป็นการลดปัญหาความทนทานของตัวเครื่อง Amazon Echo

ราคาแพงไหมและอุปกรณ์แบบไหนที่รองรับ Alexa

จะใช้งาน Alexa ใน Seat Ateca และ Leon ได้ จำเป็นต้องอัพเกรดระบบนำทางให้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งสามารถอัพเกรดผ่าน Wifi ได้ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 บาท ใน Seat Ateca และประมาณ 30,000-40,000 บาทใน Leon ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการอัพเกรดระบบนำทางเท่านั้น ค่าใช้จ่ายอื่นๆก็แค่ค่าอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในการประมวลผลของ Alexa ผ่านสมาร์ทโฟน และข้อมูลต่างๆจะมีการแลกเปลี่ยนผ่านอินเตอร์เน็ตเฉพาะตอนที่มีการใช้งานสั่งการ Alexa เท่านั้น ไม่ใช่ทุกครั้งที่กดปุ่ม และการฟังเพลงผ่านอินเตอร์เน็ตจากการสั่งงานผ่าน Alexa ก็เสียค่าอินเตอร์เน็ตตามปกติเหมือนเล่นเพลงผ่าน Joox หรือ Spotify เรียกได้ว่าค่าใช้จ่ายจำกัดไม่บานปลายเลยล่ะครับ

หน้าตา Alexa ในรถยนต์เป็นอย่างไร

สำหรับผู้ที่เคยใช้ Alexa ผ่านลำโพง Amazon Echo ที่บ้านแล้ว ลักษณะการใช้งานเรียกว่าคล้ายกันเลย เพียงแต่ครั้งนี้มันไปอยู่ในรถยนต์ และก็มีหน้าตาให้เห็นเป็นไอคอนบนหน้าจอเครื่องเสียง เพียงแค่เลือกไอคอนนั้นระบบ Alexa ก็พร้อมจะทำงานให้คุณ ราวกับมีเลขาส่วนตัวนั่งมาด้วยในรถ

หน้าตาของไอคอนที่ใช้เปิดการทำงานของ Alexa ที่แสดงบนหน้าจอ

หน้าตาของไอคอนที่ใช้เปิดการทำงานของ Alexa ที่แสดงบนหน้าจอ

ลำโพงบลูทูธของ Amazon ที่ชื่อ Amazon Echo

ลำโพงบลูทูธของ Amazon ที่ชื่อ Amazon Echo

ฟังก์ชั่นที่ SEAT พัฒนาเอง

นอกจากจะใช้ระบบหลักของ Alexa ที่ Amazon เป็นผู้พัฒนาแล้ว ยังมีบางส่วนที่ SEAT เป็นผู้ร่วมพัฒนาเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองด้วย ที่เห็นชัดๆก็คือตอนสั่งงานด้วยเสียงที่พูดว่า “ขอให้ SEAT ทำ...” ประโยคนี้เป็นประโยคที่พัฒนาโดย SEAT เอง เช่นพูดว่า “ขอให้ SEAT หาศูนย์บริการให้หน่อย” ระบบก็จะค้นหาตำแหน่งของศูนย์บริการ SEAT ที่อยู่ใกล้ตำแหน่งปัจจุบันที่สุด หรือจะระบุเป็นเมืองหรือระบุเป็นสาขาเลยก็ยังได้ ระบบจะทำการค้นหาศูนย์บริการจากฐานข้อมูลด้วยระบบหลังบ้านของ Alexa และก็จะมีฟังก์ชั่นที่เป็นเอกลักษณ์ของ SEAT เองออกมาเรื่อยๆ 

ต่างคนต่างทำสิ่งที่ตัวเองถนัดไปได้เร็วกว่า

ผู้บริหารรถยนต์ค่าย SEAT เชื่อว่าการพัฒนาระบบสั่งการด้วยเสียงแบบ Alexa เป็นเรื่องใหญ่และค่อนข้างยากที่จะทำให้มีประสิทธิภาพดีได้ เพราะว่าต้องเก็บข้อมูลการพูดของมนุษย์รวมถึงรูปแบบต่างๆที่มีความหลากหลายในแต่ละคนเป็นเวลายาวนาน ดังนั้นการพัฒนาโดยบริษัทที่ทำธุรกิจด้านนี้โดยตรงจะทำให้ความก้าวหน้าของประสิทธิภาพมีมากกว่า ส่วนบริษัทรถยนต์ก็เน้นพัฒนารถยนต์ไป แล้วก็สร้างความร่วมมือกันระหว่างบริษัทด้านเทคโนโลยีดิจิตอลและบริษัทรถยนต์ จะทำให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในเวลาที่สั้นลง

นับว่าโลกนี้โชคดีที่มีบริษัทที่พัฒนาระบบสั่งงานด้วยเสียงโดยเฉพาะและก็ยังยอมร่วมมือกับบริษัทในอุตสาหกรรมอื่นๆเพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่ดีขึ้นให้แก่ลูก้า มิเช่นนั้นแล้วถ้ามัวแต่ให้ค่ายรยนต์พัฒนาระบบเองทั้งหมด กว่าลูกค้าจะได้ใช้ของดีๆคงต้องใช้เวลากันอีกนาน การสั่งงานด้วยเสียงในภาษาอังกฤษก็ก้าวหน้าไปไกลมากแล้วไม่เพียงแต่ Amazonเท่านั้น แต่ Apple เองก็พัฒนาระบบสั่งงานด้วยเสียงอยู่เรื่อยๆเพราะยังไงภาษาอังกฤษก็เป็นภาษาหลักของโลก ส่วนภาษาไทยคงต้องรออีกสักหน่อยว่าจะมีบริษัทคนไทยทุ่มกำลังในการพัฒนาระบบสั่งงานด้วยเสียงมากน้อยเพียงใด เพราะภาษาไทยเองก็ยังมีภาษาท้องถิ่นที่สำเนียงแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการพัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพดีคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย แต่เมื่อวันนั้นมาถึงเราจะเหมือนมีเลขาส่วนตัวคนไทยนั่งรถไปด้วยตลอดทาง ทำให้คนขับที่ขับรถคนเดียวไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว

Chobrodขอฝากความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไว้เพียงเท่านี้และ คราวหน้าจะเป็นเรื่องอะไร ติดตามกันได้ต่อเนื่องเลยนะคะ เเละ อย่าลืมแชร์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ของคุณให้เราด้วยโดยการให้ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย 

ดูเพิ่มเติม
>> 
Amazon เพิ่มทางเลือกส่งสินค้าในรถ
>> ชนตอนจอด Mercedes-Benz ก็บอกได้

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่  
อ่านรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์  เชิญที่นี่ 

รีวิวรถ

ราคารถ