มายุโรปอีก1 กับรถยนต์ไฟฟ้าจากแดนกิมจิ KIA e-NIRO

22 ต.ค 2561
รถยนต์ไฟฟ้าเริ่มจะเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จากแดนกิมจิก็มีมาอีกหนึ่งแล้วสำหรับรถยนต์จากค่าย KIA มันคือ KIA e-NIRO ที่มีพื้นฐานการออกแบบรูปลักษณ์มาจาก KIA NIRO ที่เป็นเวอร์ชั่นน้ำมัน

KIA e-NIRO

เมื่อย้อนวัยให้หนุ่มให้สาวขึ้นไปสัก15ปี เมื่อก่อนอะไรๆที่เป็นสินค้า ถ้าได้ชื่อว่า Made in Japan ก็ถือว่าเป็นของดี มีราคา ไว้ใจได้ในคุณภาพ ปัจจุบันถึงแม้ของญี่ปุ่นจะเป็นของดีอยู่ แต่การทำสินค้าออกมาให้ทันกับตลาดมักช้ากว่าฟากฝั่งอเมริกาและยุโรปอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันไม่ใช่แค่อเมริกาและยุโรปเท่านั้นที่มีสรรพกำลังในการผลิตสินค้าดีๆให้ออกมาทันกับตลาด แต่แบรนด์จากเกาหลีมีหลายคนก็บอกว่าก้าวล้ำแบรนด์จากญี่ปุ่นบางแบรนด์ไปแล้วด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ Samsung ที่ไม่ได้มองญี่ปุ่นเป็นคู่ต่อสู้อีกต่อไป แต่คู่ต่อสู้สำคัญคืออเมริกาต่างหาก

ในด้านวงการอุตสาหกรรมรถยนต์เองก็เช่นกัน เกาหลีใต้ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ KIA ก็มีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคและทันต่อเทคโนโลยีที่คู่แข่งทั่วโลกพยายามจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และเทคโนโลยีของรถยนต์ที่ในชั่วโมงนี้ไม่เอ่ยถึงไม่ได้เลยก็คือ เทคโนโลยีของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หลายๆคนรู้จักรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นก็จาก Elon Musk ผู้สร้างรถยนต์ไฟฟ้า Tesla เปลี่ยนโฉมวงการรถยนต์ราวกับหนังคนละม้วนเมื่อเทียบกับครั้งที่พวกเรายังเป็นเด็ก ประเทศเกาหลีเองก็ไม่ยอมแพ้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกสู่ตลาดและก็เป็นที่กล่าวถึงกันมากในช่วงนี้ มันคือ KIA e-NIRO 2019 ที่ประกาศสเปกในตลาดยุโรปออกมาแล้ว

รูปลักษณ์ของ KIA e-NIRO 2019 เวอร์ชั่นที่ออกขายในยุโรป

รูปลักษณ์ของ KIA e-NIRO 2019 เวอร์ชั่นที่ออกขายในยุโรป

Kia บริษัทรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ได้ผลิตรถยนต์ KIA e-NIRO ในเวอร์ชั่นที่จะออกขายในยุโรปและเผยสเปกต่างๆออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดคือมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่เพียงพอทำให้วิ่งได้ถึง 485 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบ Coasting Guide Control ซึ่งเป็นระบบที่ทำงานร่วมกับระบบนำทาง Coasting Guide Control จะวิเคราะห์เส้นทางที่เราขับไปโดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้เกิดการใช้งานพลังงานเชื้อเพลิง(ไฟฟ้า)ได้ประสิทธิภาพสูงสุด เพราะบางคนขับรถไปก็ไม่รู้ว่าควรจะยกเท้าออกจากคันเร่งเมื่อไรถึงจะทำให้ใช้เชื้อเพลิงได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งระบบนี้จะช่วยแจ้งเราได้

ภายนอก

มิติภายนอกยาว 4375มิลลิเมตร กว้าง1805มิลลิเมตร สูง1560มิลลิเมตร รูปลักษณ์ภายนอกยังมีพื้นฐานแนวคิดมากจาก NIRO เวอร์ชั่นธรรมดา (ที่ไม่ใช่ไฟฟ้า) แต่จะมีการพัฒนากันชนหน้าใหม่เพิ่มความหรูหราลงไปอีกเล็กน้อยด้วยไฟ Daytime Running Light ที่มีลักษณะเหมือนหัวลูกศร ส่วนกระจังหน้าเป็นคอนเซ็ปท์เดิมเพิ่มเติมคือเป็นแบบทึบเพื่อบอกคุณลักษณะความเป็นรถยนต์ไฟฟ้า รูปร่างของกระจังหน้ามองปุ๊บจะได้รู้ว่ายังคงเป็นตระกูล KIA NIRO และใส่ความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าลงไปอีกโดยให้ที่ชาร์จไฟมาอยู่บริเวณกระจังหน้าคล้ายฝาถังน้ำมัน บางคนอาจจะดูแล้วขัดๆเพราะมันชัดมาก

ภายนอกของ KIA e-NIRO ที่มีพื้นฐานเดิมมาจาก KIA NIRO ที่ใช้น้ำมัน

ภายนอกของ KIA e-NIRO ที่มีพื้นฐานเดิมมาจาก KIA NIRO ที่ใช้น้ำมัน

 KIA e-NIRO 2019

 KIA e-NIRO 2019 

ที่ชาร์จไฟจะอยู่บริเวณกระจังหน้า

ที่ชาร์จไฟจะอยู่บริเวณกระจังหน้า

ภายใน

ภายในยังคงเป็นโทนเข้ม แต่ออกแบบหน้าจอทุกจุดให้แสดงผลแบบดิจิตอลทั้งหมดจะได้สมเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ก็ยังมีวัสดุบางส่วนที่เป็นพลาสติกที่เวลาไปนั่งจริงๆแล้วลดความหรูหราลงไปหน่อย แต่ก็แลกมากับราคารวมของรถยนต์ที่ไม่ได้แพงเวอร์ การลุกนั่งเข้าออกจากรถก็ทำได้ง่ายเพราะประตูถูกออกแบบมาให้เปิดได้กว้าง ส่วนระบบความบันเทิงต่างๆ มีหน้าจอแสดงผลกว้าง 8นิ้ว ประกอบด้วยฟังก์ชั่นหลักๆที่ครบครันตามแบบฉบับของ UVO Infotainment ซึ่งเป็นระบบ Infotainment ที่พัฒนาจาก Kia โดยตรง

ภายใน KIA e-NIRO ถูกปรับให้แสดงผลผ่านระบบดิจิตอลทั้งหมด

ภายใน KIA e-NIRO ถูกปรับให้แสดงผลผ่านระบบดิจิตอลทั้งหมด

ภายใน KIA e-NIRO ถูกปรับให้แสดงผลผ่านระบบดิจิตอลทั้งหมด

ดูเพิ่มเติม
>> 
เปรียบเทียบ Hyundai H-1 กับ Kia Grand Carnival ในมิติรถ 11 เบาะล้านกลางๆ คันไหนดีกว่ากัน
>> พาชมรถ KIA ในงาน PARIS MOTOR SHOW 2018​

ขุมกำลัง

ขุมกำลังของ e-NIRO มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้าให้กำลัง 201 แรงม้าจากกำลังของมอเตอร์ 64กิโลวัตต์ และทำความเร็วได้จาก 0-100 กิโลเมตรในเวลา 7.8วินาที และวิ่งไปถึงความเร็วสูงสุดที่ 167 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบ Predictive Energy Control เพื่อให้เกิดการใช้งานพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และผู้ขับสามารถเลือกระดับของการชาร์จไฟฟ้าจากการเบรกได้โดยใช้คันโยกบริเวณพวงมาลัย

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 64 กิโลวัตต์ของ KIA e-NIRO

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 64 กิโลวัตต์ของ KIA e-NIRO

การรับประกัน

ตามไสตล์ของบริษัทรถยนต์เกาหลีจะให้การรับประกันชนิดไม่มีกั๊ก เพราะ KIA e-NIRO คันนี้ให้การรับประกันนาน 7ปี หรือ 100,000ไมล์ (ราว 160,000 กิโลเมตร) แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ซึ่งการรับประกันนี้ยังใจดีให้ครอบคลุมรวมไปถึงระบบมอเตอร์ แบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้าทั้งหมดของรถยนต์ด้วย

ราคา

ราคาของ KIA e-NIRO เวอร์ชั่นที่จะออกขายในทวีปยุโรปยังไม่ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ คงเพราะกำลังปรับราคาให้แข่งขันได้ในตลาดรถยนต์มากที่สุดแต่ก็ต้องไม่ทำให้ขาดทุนด้วย แต่ก็มีการคาดการณ์เปรียบเทียบกับรถยนต์ค่าย Hyundai คือ Hyundai Kona รุ่นที่เป็นไฟฟ้าและขายอยู่ในตลาดปัจจุบัน และคิดว่าราคาขายของ KIA e-NIRO น่าจะอยู่ในช่วง 30,000 - 35,000 ปอนด์ (หรือราว  1.27ล้าน ถึง 1.49 ล้านบาท) ถ้าเที่ยบกับ KIA NIRO เวอร์ชั่นน้ำมันแล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าราคาเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะว่าราคาสูงขึ้นมาประมาณ 300,000-400,000 บาทเลยทีเดียวกับการแลกมาซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า ก็ต้องไปลองคำนวณหักลบดูว่าการไม่ใช่ระบบกลไกที่ต้องมีเคมีภัณฑ์ของเหลวแล้วในระยะยาวแบบใดจะประหยัดกว่ากันเมื่อเทียบกับเงินจำนวนนี้

เมื่อดูจากพื้นฐานของแพลทฟอร์มของรถยนต์ KIA e-NIRO แล้ว Hyundai Kona Electric คือคู่แข่งสำคัญโดยตรง ข้อได้เปรียบทางการตลาดของ Hyundai Kona Electric คือมีการปล่อยออกสู่ตลาดออกมาก่อนทำให้แย่งชิงพื้นที่ทางการตลาดได้ก่อนและลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่ตอนนี้ แต่ก็ยังมีเสียงตอบรับที่เป็นจุดด้อยของ Hyundai Kona Electric ที่ว่ารูปลักษณ์และการดีไซน์หลายๆอย่างยังไม่โดนใจลูกค้าเท่าไร อย่างไรก็ตาม Kia e-NIRO ก็ไม่ได้เอาเรื่องไสตล์หรือการดีไซน์มาเป็นจุดแข็งเข้าตีแก่ Hyundai Kona Electric เท่าใดนัก แต่ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแต่ไม่อยากได้ดีไซน์แบบ Hyundai ก็ต้องลองดูกันว่าเมื่อ KIA e-NIRO ออกสู่ตลาดจริงๆจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง

หน้าตาของ Hyundai Kona Electric ที่สมกับเป็นคู่แข่งกับ KIA e-NIRO จริงๆ

หน้าตาของ Hyundai Kona Electric ที่สมกับเป็นคู่แข่งกับ KIA e-NIRO จริงๆ

เป็นเรื่องค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า อนาคตข้างหน้าตลาดรถยนต์ในอเมริกาและยุโรปจะต้องเดินหน้าเข้าสู่เทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ดังนั้นค่ายรถยนต์ต่างๆจึงตื่นตัวที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาสู่ตลาดตั้งแต่เนิ่นๆ การเข็นรถยนต์ไฟฟ้ามาทำตลาดก่อนจะทำให้รู้จุดดีจุดด้อยของรถยนต์ไฟฟ้าว่าลูกค้ามีความคิดเห็นอย่างไร จะได้นำมาปรับแก้ได้ในรุ่นต่อๆไป เพราะถ้ามารอให้ตลาดบูมแล้วค่อยมาผลิต ลูกค้าย่อมต้องติดแบรนด์อื่นที่ทำตลาดมาก่อนแล้ว การจะไปชิงส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์หน้าใหม่ย่อมทำได้ยาก ส่วนในประเทศไทยก็มีแนวโน้มไปในทางที่ดีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ก็ต้องมาดูกันว่าปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอย่างไรครับ

ดูเพิ่มเติม
>> ราคา Kia Grand Carnival (กีอา แกรนด์ คาร์นิวัล) 2018 เดือนสิงหาคม 2561
>> KIA Grand Carnival รถมือสองตอบโจทย์ครอบครัว

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่  
อ่านรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์  เชิญที่นี่ 

ข่าวที่ได้รับความสนใจ

ประเด็นร้อน

รีวิวรถ

ราคารถ