ดราม่า แบตเตอรี่ลูกละ 7 แสน ทำไมมันแพงขนาดนั้น ?

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 30 พ.ค 2560
แชร์ 0

จากกระแสดราม่ารถเบนซ์เปลี่ยนแบตเกือบล้าน กับบิลซ่อมบำรุง รถยนต์คันหนึ่ง ซึ่งในรายการบิลนั้นระบุค่าแบตเตอรี่ราคากว่า 7 แสนบาท ซึ่งทำให้เป็นที่วิจารณ์กันโดยวงกว้าง ถึงราคาที่แพงแทบกระอัก มาดูกันว่าจริงๆแล้วค่าใช้จ่ายของแบตเตอรี่รถ Hybrid มันแพงขนาดไหน

Mercedes-Benz E-Class สีดำจอดกลางแดด
Mercedes-Benz E-Class รุ่น  E300 BlueTEC HYBRID 

จากการหาข้อมูลคาดว่าจะเป็นรถยี่ห้อ Mercedes-Benz E-Class รุ่น  E300 BlueTEC HYBRID เป็นรถปี 2013 ราคาในตลาดรถมือสอง ประมาณ 3-4 ล้านบาท ซึ่งเป็นรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด แต่ถือว่าการเสียนี้ไวเกินอายุการใช้งานจริงของแบตเตอรี่ไฮบริดจนถึงขั้นต้องเปลี่ยนลูกใหม่ และน่าจะอยู่ในประกันของศูนย์เพราะอายุรถยังไม่ถึง 5 ปีด้วยซ้ำ
 
และก็จริงอย่างที่คาด ล่าสุดทางเบนซ์ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่าเป็นเพียงแค่ขั้นตอนการเคลมประกัน ชี้แจงรายการซ่อมของรถเท่านั้นเพราะอายุของรถยังไม่ถึง 5 ปียังอยู่ในประกันอยู่ แบตเตอรี่ไฮบริดที่จริงแล้วถ้าพ้นประกันราคาเพียง 2 แสนต้นๆ เท่านั้น
 
ตัวแบตไฮบริดในห้องเครื่องรถยนต์
ตัวแบตไฮบริด

ราคาต้นทุนของตัวแบตไฮบริดขึ้นอยู่กับผู้ผลิตของแต่ละค่าย ไม่ได้มีจำหน่ายเหมือนแบตรถยนต์ทั่วไปจึงยากที่จะคาดถึงราคาต้นทุนจริงๆ ของตัวแบต และยิ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคที่เฉพาะรุ่นยิ่งทำให้ผู้ผลิตสามารถกำหนดราคาที่สูงเกินจริงได้
 
จะว่าไปต้นทุนแบตเตอรี่ไฮบริดนั้นมีการผลิตที่ซับซ้อนโดยซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ อีกทั้งต้องมีระบบทำความเย็นให้กับตัวแบตที่ต้องบรรจุอยู่ในกล่องแบบเฉพาะที่เหมาะสมเท่านั้น เปรียบเสมือนเครื่องยนต์อีกตัวหนึ่งบนรถที่มีความสำคัญไม่แพ้เครื่องยนต์หลัก นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้แบตเตอรี่ในรถยนต์ไฮบริดมีราคาแพง 
>>> บางทีคุณอาจสนใจ benz e300
 
ตัวแบตไฮบริดลูกใหญ่สำหรับรถขนาดไหญ่
ตัวแบตไฮบริด

นอกจากนี้ขนาดของรถยนต์ก็มีผลกับราคา รถที่ขนาดใหญ่ขึ้นเช่นพวกรถ SUV Hybrid ก็จำเป็นจะต้องใช้แบตที่ลูกใหญ่ขึ้น ราคาแบตก็จะสูงกว่า และราคานี้ยังไม่รวมค่าแรงและค่าใช้จ่ายที่ศูนย์ต้องบวกเพิ่มแน่นอน

แม้ว่ารถยนต์ไฮบริดจะมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแบตเตอรี่แพง แต่ทางผู้ผลิตหลายๆ เจ้าก็การันตีถึงความทนทานของตัวแบตเอง ยกตัวอย่างที่ทางโตโยต้ารับประกันตัวแบตเตอรี่ยาวนานถึง 10 ปีเพราะโอกาสที่แบตจะเสียก่อนอายุการใช้งานนั้น ทางโตโยต้าเคยบอกว่ามีโอกาสไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ
หลายๆ ท่านอาจจะเคยเห็น Toyota Prius ที่ในต่างประเทศนิยมใช้มาทำเป็นแท็กซี่ คนขับแท็กซี่ที่ใช้งานรถยนต์ไฮบริดนี้ก็ไม่มีเสียงบ่นถึงปัญหาการใช้งานเกี่ยวกับรถ หรือปัญหาเกี่ยวกับตัวแบตเตอรี่ แต่ในทางกลับกัน รถยนต์ไฮบริดกลับมอบความประหยัดเชื้อเพลิง ความเงียบของเครื่องยนต์ ราคาค่าบำรุงรักษาถูกกว่าให้แก่ผู้ที่กล้าจะลองเสี่ยงกับเทคโนโลยีใหม่ประเภทนี้

เห็นได้ชัดว่าตั้งแต่รถไฮบริดคันแรกที่เริ่มจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน มีค่ายรถยนต์หลายค่ายหันมาพัฒนาและผลิตรถยนต์ประเภทนี้มาจำหน่ายหลายๆรุ่น เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลง บวกกับความมั่นใจของผู้ใช้ที่ยอมเปิดใจให้กับเทคโนโลยีใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น เข้ามาเพื่อทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น ไม่แน่อนาคตอาจจะมีแต่รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งอยู่บนท้องถนนก็เป็นได้

>> ดูเพิ่มเติม:
- Ford เปิดตัวรถตำรวจ ระบบไฮบริด ใช้ครั้งแรกที่แอลเอ และนิวยอร์ค
- Honda CR-V Hybrid เครื่องยนต์ไฮบริด ที่แรกของโลก บุกตลาดจีนอย่างเป็นทางการ