MG เตรียมเปิดตัว MG URBAN รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ในไทยวันที่ 17 มิถุนายน 2026 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย แบตเตอรี่สูงสุด 53.9 kWh วิ่งไกล 530 กม. พร้อมรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน

MG URBAN รถไฟฟ้ารุ่นใหม่
MG URBAN เวอร์ชันประกอบในประเทศไทย จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยเตรียมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 คาดว่าจะวางตำแหน่งต่ำกว่า MG4 รุ่นปัจจุบัน
MG ระบุว่า URBAN จะเน้นความสะดวกสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะที่ MG4 ยังคงเน้นสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกมากกว่า โดยคาดว่าราคาเริ่มต้นของรุ่น Standard จะอยู่ในระดับ 5 แสนบาท และต่ำกว่า MG4 รุ่นปัจจุบัน
MG URBAN เวอร์ชันไทยมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Lavender Purple, Modern Beige, Arctic White, Andes Grey และ Pearl Black พร้อมห้องโดยสารโทนสีเทา-ดำ
MG URBAN มีขนาดตัวถังยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,549 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม.
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 382 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุด 1,266 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมด้านหน้าอีก 98 ลิตร



รุ่นเริ่มต้นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ใช้แบตเตอรี่ LFP จาก CATL ขนาด 42.8 kWh
ทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 160 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 53.9 kWh
แบตเตอรี่ของ MG URBAN ยังเป็นรุ่นแรกในไทยที่ได้รับมาตรฐาน มอก.




อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยไฟหน้า LED, หน้าจอดิจิทัล 7 นิ้ว, จอกลางขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงเบาะหนังสังเคราะห์และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
ด้านระบบความปลอดภัยติดตั้ง MG Pilot พร้อมระบบช่วยขับขี่ ADAS ครบชุด เช่น Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
รุ่น MAX ได้รับการอัปเกรดด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว จอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ ลำโพง 6 ตำแหน่ง ไฟ Ambient Light 256 สี ฝาท้ายไฟฟ้า และระบบ i-SMART
นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ กล้อง 360 องศา และถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง
รุ่นท็อป ULTRA เพิ่มหลังคากระจก Panoramic Roof ชิปประมวลผล Snapdragon 8155 ระบบ i-SMART PRO และฟังก์ชันจอดรถอัตโนมัติแบบไร้คนขับ
รวมถึงระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change และระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น