MG URBAN รถไฟฟ้ารุ่นใหม่เตรียมเปิดตัวในไทย เริ่มต้นราว 5 แสนบาท วิ่งไกลสูงสุด 530 กม.

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 10 มิ.ย 2569
แชร์ 0

MG เตรียมเปิดตัว MG URBAN รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ในไทยวันที่ 17 มิถุนายน 2026 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย แบตเตอรี่สูงสุด 53.9 kWh วิ่งไกล 530 กม. พร้อมรับประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน


MG URBAN รถไฟฟ้ารุ่นใหม่

MG URBAN เวอร์ชันประกอบในประเทศไทย จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย โดยเตรียมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 คาดว่าจะวางตำแหน่งต่ำกว่า MG4 รุ่นปัจจุบัน

  • MG URBAN Standard (แบตเตอรี่ 42.8 kWh) : เริ่มต้นประมาณ 5xx,000 บาท
  • MG URBAN MAX (แบตเตอรี่ 53.9 kWh) 
  • MG URBAN ULTRA (แบตเตอรี่ 53.9 kWh) 

MG ระบุว่า URBAN จะเน้นความสะดวกสบายและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะที่ MG4 ยังคงเน้นสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกมากกว่า โดยคาดว่าราคาเริ่มต้นของรุ่น Standard จะอยู่ในระดับ 5 แสนบาท และต่ำกว่า MG4 รุ่นปัจจุบัน

MG URBAN เวอร์ชันไทยมีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Lavender Purple, Modern Beige, Arctic White, Andes Grey และ Pearl Black พร้อมห้องโดยสารโทนสีเทา-ดำ

ตัวถังกะทัดรัด พื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ

MG URBAN มีขนาดตัวถังยาว 4,395 มม. กว้าง 1,842 มม. สูง 1,549 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,750 มม.

พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 382 ลิตร และสามารถขยายได้สูงสุด 1,266 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บของเพิ่มเติมด้านหน้าอีก 98 ลิตร

มีให้เลือก 2 ขนาดแบตเตอรี่ วิ่งไกลสุด 530 กม.

รุ่น Standard แบตเตอรี่ 42.8 kWh

รุ่นเริ่มต้นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า ใช้แบตเตอรี่ LFP จาก CATL ขนาด 42.8 kWh

  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 435 กม. (NEDC)
  • รองรับชาร์จ AC 6.6 kW
  • รองรับชาร์จ DC สูงสุด 82 kW
  • ชาร์จ 10-80% ภายใน 28 นาที
  • รองรับระบบจ่ายไฟภายนอก V2L 3.3 kW

รุ่น MAX และ ULTRA แบตเตอรี่ 53.9 kWh

ทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 160 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 53.9 kWh

  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กม. (NEDC)
  • รองรับชาร์จ DC สูงสุด 88 kW
  • ชาร์จจาก 10-80% ภายใน 30 นาที
  • รองรับระบบ V2L 3.3 kW

แบตเตอรี่ของ MG URBAN ยังเป็นรุ่นแรกในไทยที่ได้รับมาตรฐาน มอก.

รุ่น Standard ให้ฟีเจอร์ความปลอดภัยครบครัน

อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยไฟหน้า LED, หน้าจอดิจิทัล 7 นิ้ว, จอกลางขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงเบาะหนังสังเคราะห์และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

ด้านระบบความปลอดภัยติดตั้ง MG Pilot พร้อมระบบช่วยขับขี่ ADAS ครบชุด เช่น Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน, ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

รุ่น MAX เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้น

รุ่น MAX ได้รับการอัปเกรดด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว จอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว เบาะคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ ลำโพง 6 ตำแหน่ง ไฟ Ambient Light 256 สี ฝาท้ายไฟฟ้า และระบบ i-SMART

นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ กล้อง 360 องศา และถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง

รุ่น ULTRA จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

รุ่นท็อป ULTRA เพิ่มหลังคากระจก Panoramic Roof ชิปประมวลผล Snapdragon 8155 ระบบ i-SMART PRO และฟังก์ชันจอดรถอัตโนมัติแบบไร้คนขับ

รวมถึงระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change และระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น