Honda ประเทศไทย เปิดตัว Honda City ใหม่ อย่างเป็นทางการ ปรับดีไซน์สปอร์ต เพิ่มอุปกรณ์ทันสมัย เปิดราคาพิเศษเริ่มต้น 569,000 บาท ส่วนรุ่นไฮบริด e เริ่ม 619,000 บาท พร้อมข้อเสนอสุดคุ้มและแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า

Honda City Minorchange 2026
Honda ประเทศไทย เปิดตัว Honda City Minorchange 2026 ทั้งตัวถัง Sedan และ Hatchback พร้อมปรับดีไซน์ใหม่ เพิ่มอุปกรณ์ทันสมัยอย่างกล้องรอบคัน 360 องศา จอสัมผัส 10 นิ้ว และ Wireless Charger ราคาเริ่มต้น 569,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อย e V ใหม่
ตัวถัง Sedan มีความยาว 4,553 มิลลิเมตร กว้าง 1,748 มิลลิเมตร สูง 1,467 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,589 มิลลิเมตร และความสูงใต้ท้องรถ 135 มิลลิเมตร
ส่วนตัวถัง Hatchback มีความยาว 4,369 มิลลิเมตร กว้าง 1,748 มิลลิเมตร สูง 1,501 มิลลิเมตร ใช้ฐานล้อเท่ากันที่ 2,589 มิลลิเมตร แต่มีระยะความสูงใต้ท้องรถเพิ่มเป็น 147 มิลลิเมตร ทั้งสองรุ่นมาพร้อมถังน้ำมันความจุ 40 ลิตร


Honda City Minorchange 2026 เปิดตัวพร้อมกันทั้งตัวถัง Sedan 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้
เครื่องยนต์ 1.0 TURBO
e Hybrid
เครื่องยนต์ 1.0 TURBO
e Hybrid
Honda City Minorchange 2026 มีสีตัวถังให้เลือกสูงสุด 7 สี ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย โดยสีพิเศษสำหรับรุ่น RS ได้แก่ Blazing Red Pearl และ Urban Grey Pearl ส่วนห้องโดยสารมีให้เลือก 2 โทนสี คือ สีดำ Black และสีเทา Platinum ซึ่งจะมีเฉพาะในรุ่น e SV เท่านั้น
Honda มอบการรับประกันและข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
ลูกค้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2569 และทำการจองรถภายใน 1 - 31 กรกฎาคม 2569 พร้อมรับรถภายใน 31 สิงหาคม 2569 จะได้รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ
การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็น Minorchange รอบที่ 2 ของ Honda City เจเนอเรชันปัจจุบัน โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกที่เปิดตัวพร้อมกับอินเดีย ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED Projector ดีไซน์ใหม่ กระจังหน้า กันชนหน้า-หลัง รวมถึงล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว และไฟท้ายแบบ Clear Lens ที่ช่วยเพิ่มความทันสมัยให้กับตัวรถ
ภายในห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดเช่นกัน ด้วยหน้าจอสัมผัสแบบ Floating Screen ขนาด 10 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมติดตั้ง Wireless Charger ไฟ Ambient Light และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ใช้งานเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่อง




Honda City Minorchange 2026 ยังคงติดตั้งชุดระบบช่วยเหลือการขับขี่ Honda SENSING เหมือนเดิม ประกอบด้วยระบบเบรกอัตโนมัติ CMBS, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ Adaptive Cruise Control พร้อม Low Speed Follow, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน RDM รวมถึงระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam และระบบ Honda LaneWatch ในรุ่นสูงสุด
รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมัน E20 มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 22.7 กิโลเมตรต่อลิตร

เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้ง TURBO และ e Hybrid
สำหรับรุ่น e ใช้เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 109 แรงม้า พร้อมแรงบิดจากมอเตอร์สูงถึง 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ e-CVT ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.4 วินาที และประหยัดน้ำมันเฉลี่ย 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร
รุ่น TURBO S มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ทั้งไฟหน้า LED Projector ล้ออัลลอย 15 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบ Honda SENSING และถุงลมนิรภัย 4 ตำแหน่ง
ขยับขึ้นมาเป็น e V จะเพิ่มระบบขับเคลื่อนไฮบริด เกียร์ e-CVT ล้ออัลลอย 16 นิ้ว เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอ MID ขนาด 7 นิ้ว และระบบ Walk Away Auto Lock
ในรุ่น e SV จะได้รับอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น ไฟ Connecting Light ด้านหน้า เบาะหนัง หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ไฟ Ambient Light และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา
ส่วนรุ่นสูงสุด e RS โดดเด่นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ต RS กระจังหน้า Gloss Black ล้ออัลลอยลายเฉพาะรุ่น ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Wireless Charger กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ลำโพง 8 ตำแหน่ง Honda LaneWatch และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง