BMW แซง Benz สำเร็จ แชมป์ตลาดรถหรูครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 3 ก.พ 2564
แชร์ 0

ปี 2563 เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำตลาดรถหรู ในประเทศไทย เมื่อ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สามารถครองส่วนแบ่งได้ 51.2% ของตลาด ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวม 12,426 คัน

BMW แซง Benz สำเร็จ แชมป์ตลาดรถหรูครั้งแรกในรอบ 20 ปี

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินธุรกิจในปี 2563 ในกลุ่มยานยนต์พรีเมียมสู่ 51.2% สวนทางกับภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่องด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวม 12,426 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,770 ล้านบาท 

อ่านเพิ่มเติม : BMW 5 Series LCI 2021 (G30) ปรับครั้งใหญ่ เปิดตัวในไทย 3 รุ่น เริ่ม 2.99 ล้านบาท

ยอดจำหน่ายรถยนต์ในเครือ BMW ปี 2563

BMW รวม 11,242 คัน ลดลง 4.3% จากปีก่อนหน้า
MINI รวม 1,184 คัน ลดลงจ 1.7% จากปีก่อนหน้า
BMW Motorrad รวม 1,224 คัน

โดย BMW ได้เผยปีที่ผ่านมาจากกลยุทธ์ในปีที่ผ่านมาว่า ยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหัวใจหลัก, ปรับตัวด้านดิจิทัล, นำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่พร้อมกับพลังงานทางเลือก และยกระดับประสิทธิภาพด้านการผลิต

ผลประกอบการในระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังเป็นผู้นำ ด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์-รอยซ์ รวมทั้งหมด 2,324,809 คันทั่วโลก ขณะที่ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 31.8% จากปีก่อนหน้า ด้วยยอดส่งมอบรวม 192,646 คัน ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็สร้างสถิติการเติบโตด้วยยอดส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์และสกูตเตอร์ทั้งหมด 169,272 คัน

จากการปรับตัวด้านดิจิทัล

เป็นการนำเสนอทางเลือกข้าชมและสั่งจองรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์และงานมอเตอร์เอ็กซ์โปผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่กับการเดินชมงานแบบปกติ ตลอดจนการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์พร้อมมอบข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษแบบเรียลไทม์ และยังได้ขยายการตอบโจทย์แฟน ๆ ด้วยการจัดงาน BMW Xpo ในรูปแบบใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดในศูนย์การค้า 4 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร

ยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่พร้อมกับพลังงานทางเลือก และยกระดับประสิทธิภาพด้านการผลิต

บีเอ็มดับเบิลยูและมินิได้เปิดตัวรถไปกว่า 20 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์สันดาปภายในทั้งเบนซินและดีเซล รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งในรูปแบบรถซีดาน รถอเนกประสงค์ SAV และรถสปอร์ตสมรรถนะสูง

เฉพาะสำหรับประเภทรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้เปิดตัวรุ่นใหม่ไปถึง 4 รุ่น ได้แก่ BMW 745Le xDrive M Sport,  BMW 330e M Sport, BMW X3 xDrive30e M Sport และ BMW X5 xDrive45e M Sport

BMW แซง Benz สำเร็จ แชมป์ตลาดรถหรูครั้งแรกในรอบ 20 ปี

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 % รุ่นแรกจากมินิอย่าง MINI Cooper SE

พร้อมการเดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow ซึ่งปัจจุบันมีหัวจ่าย ChargeNow ทั้งหมด 111 หัวจ่าย ใน 67 แห่งทั่วประเทศไทย

BMW แซง Benz สำเร็จ แชมป์ตลาดรถหรูครั้งแรกในรอบ 20 ปี

โรงงานผลิต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย คือส่วนสำคัญ

จากปัญหา Covid-19 มีการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทานครั้งยิ่งใหญ่ แต่โรงงานผลิต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง รักษาความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นในการผลิตและประกอบยานยนต์ตลอดทั้งปี ด้วยยอดการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกว่า 23,177 คัน และยอดประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดที่ 8,875 คัน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง เป็นผู้ประกอบยานยนต์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่สามารถประกอบรถได้หลากหลายแบบ ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน ระบบปลั๊กอินไฮบริด และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน

BMW แซง Benz สำเร็จ แชมป์ตลาดรถหรูครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ปัจจุบัน โรงงานประกอบยานยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู ณ จังหวัดระยอง สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศได้กว่า 16 รุ่น โดยในจำนวนนี้เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 5 รุ่น และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รวมอีก 9 รุ่น

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังพร้อมส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก ผ่านโครงการ BMW Dual Excellence Program ที่จัดทำมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อบ่มเพาะทักษะและพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ในหมู่นักศึกษาอาชีวะขั้นสูงในประเทศไทย โดยมีนักศึกษาคิดเป็น 35% จากโครงการดังกล่าวได้เข้าร่วมงานกับโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูในจังหวัดระยอง โดยในจำนวนนี้คิดเป็นนักศึกษาหญิงกว่า 27% ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาวของบีเอ็มดับเบิลยูในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และความพยายามในการขับเคลื่อนความหลากหลายและความเท่าเทียมในที่ทำงานอย่างต่อเนื่องของบริษัท

ปล่อยยอดสินเชื่อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,770 ล้านบาท 

สถิติยอดสินเชื่อสูงสุดและมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2563 ด้วยมูลค่า 16,770 ล้านบาทในปี 2563 ท่ามกลางสถานการณ์ Covid-19 ที่มีมาตรการต่าง ๆ ดังนี้

  • Freedom Choice โปรแกรมทางการเงินมีจำนวนสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2562
  • รถยนต์มือสองและลูกค้าองค์กร ได้นำเสนอที่สุดแห่งความคุ้มค่า คุณภาพ และบริการ
  • ลงทุนจำนวนมากในการวางระบบการทำงานใหม่เ พื่อยกระดับขั้นตอนในการบริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • บริการ LINE Official Account ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 600,000 คน ซึ่งสามารถให้บริการเพิ่มเติมและให้ความสำคัญกับลูกค้ารายปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น
  • ยกระดับการเข้าถึงผ่านช่องทางดิจิทัลด้วยการค้นหารถยนต์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ที่สุด (Preference Finder) การสัมผัสรถบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 2 และ ซีรี่ส์ 3 แบบเสมือนจริงผ่านระบบ Augmented Reality และการร่วมนำเสนอบริการผ่านช่องทางออนไลน์ในงานมอเตอร์โชว์และมอเตอร์เอ็กซ์โป กับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย 

อ่านเพิ่มเติม : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศปรับทัพผู้บริหาร เริ่ม 1 มกราคม 2564

"จากการนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้ เราจึงได้สร้างสถิติครั้งใหม่ด้วยยอดสินเชื่อรวมในพอร์ตสูงสุดถึง 50,500 ล้านบาท ซึ่งแม้จะปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายมาก แต่ก็ยังเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จมากเช่นกัน และในปี 2564 นี้ ยังมีการฉลองครบรอบ 20 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ซึ่งเราได้เตรียมข้อเสนอที่พิเศษสุด ๆ เพื่อฉลองการครบรอบครั้งนี้ไว้ให้ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูได้รอติดตามกัน" มร. แอนทอนส์สัน กล่าว

ลองค้นหา ตลาด รถ ที่ถูกใจมีให้เลือกกว่าหมื่นคัน

ningkung
แท็ก BMW