เลือกติดฟิล์มรถยนต์อย่างไร ? ให้เหมาะสมกับรถของคุณ

ประสบการณ์ใช้รถ | 12 มิ.ย 2563
แชร์ 0

จะติดฟิล์มรถยนต์ทั้งทีต้องเลือกอย่างไรให้เหมาะกับรถของตัวเองต้องติดแบบไหน ? Chobrod พาไปแนะนำให้รู้จักกับประเภทของฟิล์ม และประสิทธิภาพของฟิล์มรุ่นแนะนำ

ทุกคนน่าจะทราบกันดีถึงความสำคัญและความจำเป็นที่รถยนต์ควรจะติดฟิล์มกรองแสง เหตุผลหลัก ๆ นั่นก็คือการช่วยลดความร้อน และลดหรือป้องกันการส่องแสงของแดดเข้ามาในตัวรถ โดยเฉพาะในเมืองไทยที่เป็นที่รู้กันดีว่าขึ้นชื่อเรื่องสภาพอากาศที่เลวร้ายขนาดไหน การติดฟิล์มป้องกันแดดจึงเป็นเรื่องที่สมควรอย่างมากสำหรับผู้ใช้รถในบ้านเรา และหากคุณเองกำลังมองหาข้อมูลว่าควรเลือกซื้อและเลือกใช้ฟิล์มติดรถยนต์แบบไหนถึงจะเหมาะ มาศึกษาข้อมูลเหล่านี้กันเสียก่อน

ประเภทของฟิล์มติดรถยนต์

ในปัจจุบันมีฟิล์มติดรถยนต์ให้เลือกมากมายหลายประเภท โดยสามารถแบ่งประเภทตามกระบวนการผลิตออกมาได้เป็น 4 ชนิดหลัก ได้แก่

ยิ่งมีระดับความทึบมาก ยิ่งมีประสิทธิภาพการสะท้อนแสงที่ดียิ่งขึ้น
ยิ่งมีระดับความทึบมาก ยิ่งมีประสิทธิภาพการสะท้อนแสงที่ดียิ่งขึ้น

  • ฟิล์มรถยนต์แบบย้อมสี : เป็นฟิล์มติดรถยนต์ที่ราคาถูกที่สุด แลกมากับประสิทธิภาพที่แย่ที่สุดเช่นกัน ด้วยจะมีความสามารถป้องกันแสงสว่างและรังสี UV ได้บ้างสูง แต่ไม่สามารถกันรังสีความร้อนจากแสงแดดได้เลย มีอายุการใช้งานประมาณ 1-3 ปี เมื่อถึงเวลาเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ฟิล์มจะเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง และหลุดลอกออกมาจากกระจกเอง
  • ฟิล์มรถยนต์แบบฉาบไอโลหะ : หลายคนคุ้นชื่อในนามของ ฟิล์มปรอท เพราะเป็นประเภทของฟิล์มติดรถยนต์แบบฉาบปรอทและถูกเคลือบผิดด้วยไอโลหะประเภทต่าง ๆ เช่น อะลูมิเนียม หรือไททาเนียม เป็นต้น ซึ่งจะสามารถกันรังสีความร้อนได้มากพอสมควร เนื้อฟิล์มจะมีความมันเงา สะท้อนแสง เป็นที่นิยม อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี
  • ฟิล์มรถยนต์แบบเคลือบอนุภาคโลหะ : เป็นฟิล์มที่ฉาบโลหะด้วยวิธีที่เรียกว่า sputtering ที่จะทำให้ชั้นโลหะมีการเรียงตัวที่บางกว่า อันส่งผลให้ฟิล์มมีความเงาน้อยกว่า มีความใสที่มากขึ้น และป้องกันความร้อนได้สูง มีราคาแพง อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 5-7 ปี
  • ฟิล์มรถยนต์แบบนาโน : เป็นการผลิตด้วยการใช้อนุภาคนาโนขนาด 10-9 มาเคลือบเนื้อฟิล์มแทนการเคลือบด้วยโลหะ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสีความร้อนได้ดีมากที่สุด เนื้อฟิล์มจะใสไม่สะท้อนแสง ให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีมากกว่าฟิล์มประเภทอื่น แลกมากับราคาที่แพง มีความทนทานมากกว่า อายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 7-10 ปี

ดูเพิ่มเติม
>> ดูแลรถช่วงหน้าฝน 7 จุดที่ต้องรู้ เตรียมพร้อมรับมือฝนอย่างมั่นใจไม่มีหลุด

>> ขัดไฟหน้ารถยนต์อย่างไร ? ให้สว่างใส หายหมอง

ติดฟิล์มรถยนต์กี่เปอร์เซ็นต์ดี

ในระดับการป้องกันความร้อนของฟิล์มติดรถยนต์ จะมีการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยจะมีระดับเปอร์เซ็นต์ทั่วไปอยู่ที่ 40, 60, และ 80 ยิ่งระดับเปอร์เซ็นต์สูง  นั่นหมายถึงประสิทธิภาพป้องกันความร้อนที่มากขึ้น โดยในแต่ละยี่ห้อจะมีค่ากำหนดที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัทผู้ผลิตจะกำหนดมา ซึ่งมาตรฐานแล้ว แต่ละระดับมีคุณสมบัติดังนี้

ภาพแสดงให้เห็นถึงระดับความทึบของฟิล์ม
ภาพแสดงให้เห็นถึงระดับความทึบของฟิล์ม

  • ความทึบของฟิล์มที่ 40% : เป็นฟิล์มใสที่มีค่าของแสงส่องผ่านเข้าไปในรถได้สูงถึงประมาณ 35% ขึ้นไป เวลาขับในช่วงแดดแรงจะร้อนมาก มักจะนิยมติดแค่กระจกหน้าบานเดียว เพียงเพื่อให้มองเห็นทางชัดเจน มากกว่ามองไปถึงเรื่องการกันความร้อน
  • ความทึบของฟิล์มที่ 60% : เป็นฟิล์มเข้มที่มีค่าของแสงส่องผ่านเข้าไปในรถได้อยู่ที่ประมาณ 20% เหมาะสำหรับรถที่ใช้งานกลางวันอยู่บ่อย ป้องกันความร้อนได้ มองเห็นทางได้ดี
  • ความทึบของฟิล์มที่ 80% : เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ด้วยฟิล์มดำเข้มที่แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้เพียง 5% เท่านั้น กันแสงแดดและสะท้อนความร้อนได้ดี

ซึ่งการติดฟิล์มรถยนต์ สามารถเลือกประเภทที่แตกต่างได้ในกระจกรถแต่ละบาน ไม่จำเป็นว่าจะต้องติดในระดับความทึบเดียวรอบคัน ซึ่งในรูปแบบมาตรฐานในปัจจุบัน มากจะติดเป็นบานหน้าอยู่ที่ประมาณ 60% และติดรอบคันที่ 80% ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากองค์ประกอบอื่นควบคู่ไปด้วย เช่น ค่าสายตาของแต่ละคน และช่วงอายุเองก็มีผลด้วยเหมือนกัน เพราะสำหรับบางคนยิ่งอายุมากขึ้น ทัศนิวิสัยในการมองทางก็ลดลง จึงต้องเลือกระดับความทึบของฟิล์มที่เหมาะสม ด้วยการเข้าไปเลือกดูด้วยตัวเองในการติดตั้งเป็นดีที่สุด

ติดฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี 2020

เลือกดูระดับฟิล์มด้วยสายตาตัวเองดีที่สุด
เลือกดูระดับฟิล์มด้วยสายตาตัวเองดีที่สุด

นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ทำการทดสอบฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ยี่ห้อดัง โดยวัดประสิทธิภาพทั้งหมด 4 ด้านดังนี้

  • การช่วยลดแสงยูวี
  • การช่วยลดแสงสว่างในช่วงที่สายตามองเห็น
  • ความสามารถในการกันรังสีความร้อน (Infrared)
  • การป้องกันความร้อนสะสม

โดยได้ระบุว่าผู้ซื้อควรพิจารณาประสิทธิภาพด้านกันการความร้อนเป็นหลัก  รวมไปถึงความสามารถในการส่องผ่านของแสง ซึ่งมีผลสรุปออกมาดังนี้

ฟิล์มที่กันความร้อนได้ดีที่สุด

  • Hi-Kool รุ่น MO 15 HC กันความร้อนได้อยู่ที่ 2.79 องศาเซลเซียส 
  • FuchiCool รุ่น C 60 B กันความร้อนได้อยู่ที่ 5.00 องศาเซลเซียส 
  • Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE กันความร้อนได้อยู่ที่ 6.81 องศาเซลเซียส 
  • 3M รุ่น FX20 กันความร้อนได้อยู่ที่ 9.13 องศาเซลเซียส 
  • Lamina รุ่น ARL20C กันความร้อนได้อยู่ที่ 9.19 องศาเซลเซียส 

ฟิล์มที่แสงส่องผ่านได้มากที่สุด

  • 3M รุ่น FX20 แสงส่องผ่านได้อยู่ที่ 2068 Lux
  • Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE แสงส่องผ่านได้อยู่ที่ 1750 Lux
  • Lamina รุ่น ARL20C แสงส่องผ่านได้อยู่ที่ 1628 Lux
  • Hi-Kool รุ่น MO 15 HC แสงส่องผ่านได้อยู่ที่ 1514 Lux
  • FuchiCool รุ่น C 60 B แสงส่องผ่านได้อยู่ที่ 1264 Lux

*** Lux ลักซ์ (Lux) ตัวย่อ lx คือหน่วยที่ใช้วัดความสว่าง (Illuminance) เมื่อเราทราบแล้วว่า 1 fc = 1ลูเมน ต่อ 1ตารางฟุต ให้เราแปลง ตารางฟุตมาเป็นตารางเมตร ( 1 ตารางเมตร = 10.76 ตารางฟุต) ดังนั้น 1 fc = 1 ลูเมน ต่อ 10.76 ตารางเมตร หรือเรียกอีกอย่างว่า ลักซ์ 1 เมตร = 3.28 ฟุต

ติดฟิล์มรถยนต์ ราคา ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ หากเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีราคาที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยสามารถเลือกดูรุ่นและประเภทของฟิล์มที่ต้องการได้ที่ผู้ให้บริการ เลือกใช้ฟิล์มติดรถยนต์ที่เหมาะสม เพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบของคุณเอง

ดูเพิ่มเติม
>> เคลือบแก้วสีรถยนต์คืออะไร ? รถแบบไหนถึงควรทำ

>> 5 รถ PPV มือสอง ราคาดี น่าใช้ในงบ 2 แสนบาท

 

ติดตาม ข่าวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง รีวิวรถยนต์ใหม่ ได้ที่นี่
ติดตามเรื่อง ราคารถยนต์ใหม่ๆ ได้ที่นี่

ANNOiNA