ปัญหาจากอะไร ? แอร์รถไม่เย็นมีแต่ลม

ประสบการณ์ใช้รถ | 17 มิ.ย 2563
แชร์ 0

ส่องสาเหตุพร้อมวิธีแก้ไข เมื่อพบว่า แอร์รถไม่เย็นมีแต่ลม มาดูกันว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นจากอะไรบ้าง และต้องรับมือ แก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อให้แอร์กลับมาเย็นเช่นเดิม

แอร์รถยนต์ เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมีหน้าที่ช่วยปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยเฉพาะในเมืองที่อากาศร้อนอย่างไทยเรา ที่แอร์รถเป็นสิ่งที่ปล่อยให้พบเจอปัญหาไม่ได้เด็ดขาด เพราะการใช้ชีวิตในรถยนต์ที่ไม่มีแอร์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายด้วยแดดเมืองไทย คงเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็เลี่ยงจะเจอ แต่หากคุณเองโชคร้าย พบปัญหา แอร์รถไม่เย็นมีแต่ลม คงเป็นอะไรที่เป็นปัญหาใหญ่ใช่เล่น มาดูกันว่าเกิดจากอะไรกันแน่ และมีวิธีแก้อย่างไร

ปัญหาจากน้ำยาแอร์

ลองตรวจสอบว่าน้ำยาแอร์หมดหรือไม่ เช็กได้โดยการสตาร์ตเครื่องแล้วเปิดระบบเครื่องปรับอากาศ กดปุ่ม A/C ให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน จากนั้นส่องดูในช่องตรวจสอบน้ำยาที่อยู่ระหว่างแผงระบายความร้อนทางด้านหน้ารถ ถ้าเห็นเป้นฟองอากาศเล็ก ๆ สีขาวจำนวนมาก แสดงว่าน้ำยาแอร์ลดลง ต้องรีบไปเติมน้ำยา ซึ่งโดยปกติแล้วอายุการใช้งานของน้ำยาแอร์จะอยู่ที่ประมาณ 2 ปี

>> บางทีคุณอาจสนใจ แอร์รถยนต์ไม่เย็น

ระยะการเติมน้ำยาอยู่ที่ประมาณ 2 ปี
ระยะการเติมน้ำยาอยู่ที่ประมาณ 2 ปี

แต่หากเช็กแล้วพบว่าน้ำยาแอร์เป็นลักษณะใสและมีฟองอากาศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นั่นหมายความว่ายังมีน้ำยาแอร์อยู่ ถ้าพบว่าแอร์ไม่เย็นและมีแต่ลม อีกหนึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะน้ำยาแอร์ที่ใช้ผิดประเภท หรือใช้น้ำยาปลอม ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบแอร์รถยนต์เป็นอย่างมาก หากมีการปนเปื้อนของน้ำยาปลอมเพียง 5% ก็สามารถลดประสิทธิภาพในการความเย็นลดลงผิดปกติ อีกทั้งทำให้ความดันในระบบแอร์เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลร้านหลายทำให้เกิดความเสียหายและระเบิดขึ้นได้

โดยในปัจจุบันมีชุดเครื่องมือทดสอบน้ำยาแอร์ว่าเป็นของแท้หรือไม่ แต่เป็นเครื่องที่มีราคาแพงมาก จึงไม่เป็นที่นิยม วิธีการป้องกันการน้ำยาแอร์ปลอมเบื้องต้น ให้เลือกใช้ศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ และตรวจเช็กจากเกจวัดแรงอัด และปริมาณความร้อนที่อยู่ในระบบ ซึ่งสามารถให้พนักงานช่วยตรวจสอบให้ดูได้ แต่ระวัง อย่างเสียงตรวจสอบด้วยตัวเองด้วยวิธีการจุดไฟเพื่อเช็ก เพราะน้ำยาปลอมที่มีการผสมสารไฮโดรคาร์บอนจะทำปฏิกิริยากับไฟและอาจเกิดการระเบิดได้ ถ้าเป็นของแท้ก็โชคดี แต่ไม่เสี่ยงจะดีกว่า

ดูเพิ่มเติม
>> วิธีง่าย ๆ กับการดูแลรักษาแอร์รถในหน้าร้อน

>> แอร์รถยนต์ ต้องล้างแบบไหน ถึงจะดี??

ปัญหาจากระบบระบายความร้อน

สาเหตุมาจากการที่พัดลมระบายความร้อนหน้าแผงคอยล์ร้อนหยุดทำงาน หรือมีกำลังแรงน้อย ซึ่งอาจเกิดจากการที่คราบสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตัน ทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดต่ำลง  ส่งผลให้น้ำยาที่ส่งเข้าไปยังคอยล์เย็นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้แอร์รถยนต์ไม่ทำงาน

ตรวจเช็กระบบระบายความร้อนว่าทำงานปกติหรือไม่
ตรวจเช็กระบบระบายความร้อนว่าทำงานปกติหรือไม่

ในกรณีดังกล่าวเมื่อรถขับเคลื่อนยังคงมีลมพัดเข้ามาด้านหน้าแผงคอยล์ร้อน แต่เมื่อรถจอดนิ่ง หรือการจราจรติดขัด คอยล์จะยิ่งร้อนขึ้นจากการระบายความร้อนไม่ทัน ทำให้ในห้องโดยสารจะยิ่งร้อนมากขึ้นไปอีก และนั่นคือปัญหาที่ต้องตรวจสอบ หากพบว่าที่คอยล์ร้อนสกปรก ก็ให้ทำความสะอาด หรือถ้าพบว่าชำรุดเสียหาย ให้ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนพัดลมใหม่ทันที เพื่อให้แอร์รถยนต์ยังสามารถทำงานต่อได้ตามปกติ

ปัญหาการแตกหัก หรือเสื่อมสภาพของอุปกรณ์

มีอุปกรณ์ในรถยนต์หลายส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบแอร์ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่มีรูปแบบแตกต่างกันไป ทั้งการรั่วซึม การแตกหักหรือชำรุด มาดูว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่หากพบปัญหาแล้วจะส่งผลต่อการทำงานของแอร์ ทำให้เกิดปัญหาแอร์รถยนต์ ไม่เย็น มีแต่ลม

หากพบว่ารถยนต์มีแต่ลม ลองว่าดูอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบความเย็นว่ามีปัญหาหรือไม่
หากพบว่ารถยนต์มีแต่ลม ลองว่าดูอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบความเย็นว่ามีปัญหาหรือไม่

  • ตู้แอร์รั่วหรือข้อต่อต่าง ๆ เกิดการรั่วซึม : สามารถตรวจเช็กได้ด้วยตัวเอง ด้วยการใช้สบู่หรือแชมพูผสมน้ำและตีให้เกิดฟอง จากนั้นนำไปทาตามรอบต่อต่าง ๆ หากมีแรงดันทำให้ฟองสบู่ลอยตัวขึ้นมา แสดงว่าจุดนั้นมีรอยรั่วซึม แต่หากเป็นการแตกหัก หรือรั่วซึมที่ท้อแอร์ต้องไปทำการเปลี่ยนใหม่ทั้งเส้น ที่ร้านซ่อมแอร์โดยเฉพาะ
  • ลูกสูบหลวม : สามารถสังเกตได้เมื่อติดเรื่องยนต์และเปิดแอร์แล้วพบว่าแอร์ไม่เย็นหรือเย็นไม่มาก แต่เมื่อเร่งเครื่องยนต์แล้วแอร์กลับมาเย็นปกติ แสดงว่าลูกสูบคอมเพรสเซอร์หลวม ซึ่งจะทำให้ระดับแรงดันของน้ำยาแอร์ฉีดเข้าคอยล์เย็นมีปริมาณมีน้อยไม่เพียงพอที่จะดูดซับความร้อนภายในห้องโดยสารได้ เมื่อพบปัญหานี้ให้แก้ไขด้วยการเปลี่ยนใหม่
  • วาล์วและดรายเออร์อุดตัน : หากอุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นเกิดการอุดตัน จะส่งผลให้น้ำยาแอร์ส่งเข้าแผงคอยล์ได้ไม่เต็มที่ และทำให้การดูดจับความร้อนภายในรถมีประสิทธิภาพลดลง ลองสังเกตดูว่าอุณหภูมิในตัวรถไม่ค่อยเย็นหรือไม่ และมีเสียงดังจากตู้แอร์ไหม ถ้าพบปัญหาจากทั้งสองจุด ให้เปลี่ยนทั้งคู่ เพราะสองอุปกรณ์ดังกล่าวนี้ทำงานคู่กันนั่นเอง
  • คลัตช์คอมเพรสเซอร์ลื่น : เมื่อชิ้นส่วนดังกล่าวมีอาการจับไม่สนิท ทำให้ปริมาณจากกระแสไฟฟ้าที่ส่งเข้ามายังคลัตช์แม่เหล็กไม่เพียงพอที่จะทำให้สามารถทำงานติดเข้ากับมูลเลย์ได้ หรือจับบ้างไม่จับบ้างแอร์จึงเกิดการทำงานเย็นเป็นช่วง ๆ จึงควรทำการตรวจเช็กในส่วนของระบบสายไฟ ชุดสวิตซ์เซ็นเซอร์ และหน้าคลัทช์ ว่าทำงานเรียบร้อย อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่
  • สายพานหย่อน : ลองสังเกตว่าเสียงสายพานดังขึ้นขณะที่คอมเพรสเซอร์เริ่มทำงานหรือไม่ หากพบว่ามีเสียงเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะสายพานคอมเพรสเซอร์หย่อนเกินไป ให้ปรับความตึงให้เหมาะสม และเช็กรอยร้าวของสายพาน หากพบจดชำรุดหรือแตกหักให้ทำการเปลี่ยนใหม่ทันที

ลองตรวจสอบดูว่ารถยนต์ของคุณประสบปัญหาเรื่องแอร์เหล่านี้หรือไม่ ? หากพบว่ามีอาการใดอาการหนึ่ง อาจเป็นสาเหตุแอร์รถยนต์ เดี๋ยวเย็น เดี๋ยวไม่เย็นให้รีบทำการแก้ไขซ่อมแซมทันที เพื่ออายุการใช้งานของรถที่ยาวนานขึ้น และประสิทธิภาพในการขับขี่รถยนต์ที่ดีของคุณ

ดูเพิ่มเติม
>> เจาะลึก ระบบแอร์รถยนต์ มีการทำงานอย่างไร?

>> เช็ก 4 จุดตรวจ เมื่อพบปัญหาแอร์รถยนต์ไม่เย็น

เข้าดู ตลาดรถบ้าน ซื้อขายกันเอง ได้ที่นี่

ANNOiNA