คันเดียวใช้เวลา 40 วัน! ย้อนดูประวัติของการทำสีรถยนต์

12 ก.ย 2562
ย้อนดูที่มาของสีรถยนต์ กว่าจะมีสีให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ และเป็นวิธีการที่ใช้อย่างในปัจจุบันนั้น ได้ผ่านกระบวนการแบบไหนมาบ้าง อย่างไร ?

ในปัจจุบัน หากใครที่ต้องการจะเปลี่ยนสีรถหรือพารถไปเคลือบสี ก็เพียงแค่ขับรถไปตามศูนย์รถต่าง ๆ และเข้ารับบริการ เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ใช้เวลารอคอยไม่นาน แต่รู้หรือไม่? ว่าการทำสีรถในสมัยก่อน ไม่ได้ง่ายเหมือนทุกวันนี้ Chobrod จะพาไปย้อนดูที่มาของการทำสีรถยนต์ ว่ากว่าจะมีสีรถให้เลือกใช้หลายเฉด และมีวิธีการทำที่รวดเร็วเช่นนี้นั้น มันมีวิธีการอย่างไรมาก่อน ?

ยุคเริ่มต้นของรถยนต์ การทาสีใช้เวลาถึง 40 วัน

ช่วงปี 1900 หลังจากยานยนต์คันแรกถูกคิดค้นขึ้น การทาสีรถยังไม่ได้มีการคิดค้นกรรมวิธีที่ทันสมัย และนั่นทำให้ต้องมีการทาสีรถใหม่ทุกปีเพราะสีของรถมักจะหลุดลอกอยู่บ่อย ๆ ผู้คนในสมัยนั้นใช้วิธีการทาสีด้วยแปรงและสีที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป จนเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นปีค.ศ.1900 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์อย่าง Ford motor ได้คิดค้นการทาสีรถด้วยผลิตภัณฑ์เคลือบเงาไม้ แบบเดียวที่ใช้ทาสีกับผลิตภัณฑ์เครื่องไม้อย่างโต๊ะหรือตู้ โดยใช้แปรงทาตามด้วยการขัดด้วยกระดาษทรายเพื่อปรับพื้นผิวชิ้นงานให้เรียบ โดยขั้นตอนการทำสีกินเวลาไปนานถึง 40 วันเลยทีเดียว พร้อมการกำเนิดขึ้นของงานวิจัยดร. George Sargent ที่ว่าโดยเรื่องของการชุบโครเมี่ยม

สมัยก่อนการทาสีรถ ต้องใช้แปรงทาด้วยตัวเอง
สมัยก่อนการทาสีรถ ต้องใช้แปรงทาด้วยตัวเอง

ในปี 1920 Ford Motor เริ่มใช้สีแลคเกอร์ที่แห้งเร็วกว่าสีแบบเก่า ซึ่งช่วงนี้เป็นยุคของการปฏิวัติวงการรถยนต์ หลายค่ายผู้ผลิตรวมถึงผู้ใช้รถยนต์ต่างให้ความสำคัญในเรื่องการทาสีและชุบโครเมี่ยม มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทาสีและสารเคลือบให้มีความเงากว่าเดิม และยังมีความหนาของสีที่ดีกว่า รวมไปถึงใช้เวลาสั้นกว่าการทาสีแบบเดิมด้วย ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันก็มีการค้นพบกระบวนการชุบโครเมี่ยมด้วยไฟฟ้าจากนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยของดร. George Sargent นั่นเอง 

จุดกำเนิดของโครเมี่ยม

ในยุคถัดมาช่วงปี 1930 มีการคิดค้นสีอบ (Stoving Enamels) จากทางค่ายผู้ผลิต โดยสีอบให้ความเงางามและแห้งเร็วกว่าเดิมมาก ต่อมาดร. William Peacock ได้พัฒนาสีโครเมี่ยมแบบสเปรย์ที่ให้ความเงางามเหมือนกระจก ซึ่งในช่วงนั้นกระจกจากเดิมที่มีราคาสูงมีการปรับราคาให้ถูกลดลงในระดับที่หาซื้อได้ทั่วไปหลังจากที่มีการคิดค้นโครเมี่ยมชนิดส่องแทนกระจกได้เข้ามา

เริ่มมีการใช้สีโครเมี่ยมสเปรย์ เพิ่มความเงางามของรถมากขึ้น
เริ่มมีการใช้สีโครเมี่ยมสเปรย์ เพิ่มความเงางามของรถมากขึ้น

นอกจากการพัฒนาเรื่องของสีที่ใช้ ก็มีการคิดค้นปืนพ่นสีขึ้นมาด้วย โดยคุณสมบัติของปืนพ่นสีนั้น สามารถช่วยทุ่นเวลาในการทาสีได้รวมเร็วกว่าแปรงทาสี อีกทั้งยังสามารถลดขั้นตอนการขัดด้วยกระดาษทรายลงด้วย ซึ่งวิธีการทาสีแบบใหม่ช่วยให้จากเดิมที่ใช้เวลาร่วมเดือนลดลงเหลือเพียงหนึ่งส่วนสาม และกลายเป็นโมเดลที่ถูกนำมาใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา

ดูเพิ่มเติม
>> รถยนต์สีดำ! ทำอย่างไร? ให้ดูเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ แนะนำ3 วิธีง่าย ๆ แต่สีรถสวยสดระยะยาว

>> รู้หรือเปล่า? สีรถมีผลต่อกฎหมาย และต้องทำอย่างไรหากต้องการเปลี่ยนสีรถ

อะคริลิคถูกคิดค้นขึ้น

ปี 1950 บริษัท Gerneral Motor ได้คิดค้นวิธีการทาสีรถแบบใหม่ด้วยการใช้วัสดุสีแบบอะคริลิค ซึ่งนำมาแทนการใช้ทาสีแบบเก่า โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น นำมาใช้ในการะบวนการพ่นสี ซึ่งสารเคลือบจะประยุกต์ใช้กับผิวรถยนต์โดยการใช้ปืนพ่นสี ที่เมื่อมีการพ่นสีไป สีจะยังคงมีพื้นผิวที่เปียกทั้งยังมีส่วนผสมของสารละลายต่าง ๆ

การอบรถทำเพื่อให้สารละลายระเหยออกไปหลังการทำสี
การอบรถทำเพื่อให้สารละลายระเหยออกไปหลังการทำสี

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนการอบสี เพื่อให้รถแห้งและระเหยสารละลายต่าง ๆ ออกไป เมื่อสำเร็จก็จะทำให้พื้นผิวของตัวถังรถยนต์เรียบสวย แต่กลับมีความเงางามที่น้อยกว่าสารเคลือบตัวเก่า แต่อย่างไรก็ตามวิธีีการนี้ใช้เวลาในการพ่นสีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ประหยัดเวลาและลดต้นทุน เป็นกระบวนการที่ได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงปลายปีค.ศ. 1960

การแข่งขัน จะสร้างสรรค์ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เข้าสู่ช่วงปี ค.ศ.1970 รถยนต์จากทางค่ายฝั่งญี่ปุ่นได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับทางฝั่งยุโรป โดยพวกเขาได้คิดค้นและพัฒนาระบบการพ่นสีแบบสองชั้น ซึ่งประสบความสำเร็จตามคาด จากการผลิตสีเมทัลลิค ที่สร้างความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร และถูกใจผู้ใช้รถทั่วโลก จากนั้นหลาย ๆ ค่ายรถก็มีการมองหาสีที่มีความทนทานและแห้งได้รวมเร็วยิ่งขึ้น และได้ค้นพบสารเติมแต่งที่เสริมการเชื่อมต่อโมเลกุลของเนื้อสีหรือตัวเร่งปฏิกิริยา โดยนำมาใช้ผสมลงในสูตรสี

ซึ่งกรรมวิธีนี้ได้นำมาปรับใช้กับระบบพ่นสีรถยนต์รวมไปถึงระบบพ่นสีในเครื่องบินด้วย พร้อมกันนั้นบริษัทผู้ผลิตวัสดุพ่นสีสำหรับรถยนต์ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน มีการแข่งขันและพัฒนาให้ออกมาได้ดีที่สุด เพื่อให้ได้ถูกเลือกใช้งานจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปี ค.ศ. 1980 ก็มีการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุด มีความทนทานและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทาสีรถในหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 5 ปี

ความทันสมัย ต้องมาพร้อมกับความปลอดภัย

ช่วงเวลาหนึ่งทางรัฐบาลสหรัฐ มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารที่ผสมอยู่ในตัวสีที่ใช้พ่นรถยนต์ เพราะมมันได้ส่งผลกระทบต่อผู้อาศัยอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงและสภาพแวดล้อม จึงขอความร่วมมือให้ทางแหล่งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้ลดจำนวนและจำกัดการใช้ปริมาณของสารละลายที่ผสมอยู่ในตัวสีทางผู้ผลิตสีรถยนต์จึงเริ่มศึกษาและหันมาใช้กระบวนการพ่นสีแบบ Water Based Paint System หรือการใช้น้ำเป็นสารละลายส่งผ่านสีสู่ตัวรถ แต่วิธีนี้กลับไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร มีการนำไปปรับใช้เพียงในรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น เพื่อลดปัญหาเรื่องสารพิษและหมอกควันในพื้นที่

ปัจจุบันการทำสีรถยนต์ประหยัดเวลาไปเยอะมาก
ปัจจุบันการทำสีรถยนต์ประหยัดเวลาไปเยอะมาก

กรรมวิธีการพ่นสีได้ถูกปรับปรุงไปควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยจะถูกจำกัดในอยู่ในมาตรฐานค่า VOC limits และจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานของการแพร่กระจายของมลพิษในขณะใช้งาน ปัจจุบันในผู้ผลิตรถยนต์หันมาใช้ระบบ Water Borne Paints ซึ่งเป็นระบบที่เปลี่ยนจากการใช้สารละลายต่าง ๆ มาเป็นการใช้น้ำส่งผ่านเม็ดสีเข้าสู่ผิวตัวถังรถยนต์ ซึ่งกระบวนการทำสีรถยนต์ได้พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจุบัน โดยมีการคิดค้นมีสีเฉดใหม่ ๆ ให้มีมิติและความสว่างที่เหมาะสม รวมไปถึงความเงางามขั้นสุดและทนทานมากขึ้น ซึ่งขั้นตอนในการดำเนินการ เริ่มจากการฉีดรถด้วยสีพื้นยึดเกาะเหล็ก ตามด้วยพ่นสีลงบนพื้นผิด จากนั้นเป็นตอนที่แลกเกอร์จะถูกพ่นลงไปยังตัวถังรถยนต์ และรถยนต์นั้นก็จะถูกส่งลำเลียงไปอบเป็นอันจบพิธี

อาจเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม และไม่ได้ใส่ใจถึงที่มาอันมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน แต่การได้รับรู้ถึงวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นในเรื่องราวประวัติศาสตร์การพ่นสีเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่มีการพัฒนาจนไปสู่สิ่งที่ดีสุด ดูมีคุณค่าและยังประโยชน์ให้แก่วงการอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ

ดูเพิ่มเติม
>> สีรถยนต์ตามวันเกิด พร้อมเปิดเผยวิธีแก้เคล็ด ให้ใช้สีรถตามใจชอบแล้วยังเฮงเหมือนเดิม

>> เหลือเพียงแต่ร่องรอย...ส่องห้าสุสานรถหรูทั่วโลก เศษซากความสวยงามท่ามกลางความเสื่อมโทรม

​ติดตามข่าวสารรถยนต์ คลิกที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสองสภาพดี เชิญเข้าดูที่ตลาดรถตรงนี้

ANNOiNA

รีวิวรถ

ราคารถ