5 เรื่องที่มือใหม่ต้องรู้เมื่อคุณจะ “ซื้อรถคันแรก”

ประสบการณ์ซื้อขายรถยนต์ | 14 ม.ค 2562
แชร์ 14

สำหรับท่านผู้อ่านหลายท่านที่คิดว่าจะซื้อรถก็คงเห็นบทความแนะนำเรื่องของการซื้อรถที่ Chobrod นำเสนอไปบ้างแล้ว วันนี้เรามาแนะนำมือใหม่ที่เพิ่งซื้อรถคันแรกกัน เพื่อให้ได้ประโยชน์ และคุ้มค่ากับการซื้อรถครั้งนี้ที่สุด

ซื้อรถคันแรกต้องทำอย่างไรบ้าง

ซื้อรถคันแรกต้องทำอย่างไรบ้าง

ปัจจุบันรถยนต์เป็นเหมือนปัจจัยลำดับที่ 5 ของชีวิตเลยกว่าได้ เพราะการคมนาคมขนส่งสาธารณะที่ดูจะยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ สำหรับคนที่ต้องการ "ซื้อรถคันแรก" ก็คงเล้งเห็นถึงความสะดวกสบายในการใช้งานแล้ว แต่ไม่ว่าจะจำเป็นแค่ไหน ก็มีหลายปัจจัยที่ต้องนำมาคิดก่อนตัดสินใจซื้อรถอยู่ดี โดยปัจจัยที่ต้องนำมาคิดมีอยู่ 7 ข้อด้วยกัน คือ ราคาและภาระหนี้สิน, ค่าใช้จ่ายต่างๆ, ความสะดวกสบาย, เวลาที่ใช้ในการเดินทาง, ประโยชน์ในการสร้างรายได้, ขนาดของครอบครัว และแรงจูงใจส่วนตัว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้จะต้องพิจารณาไปพร้อมๆ กับการตัดสินใจเลือกซื้อรถสักรุ่นหนึ่ง ดังนี้

ในการหาข้อมูลของรถสักคัน ควรพิจารณาจากการใช้งาน และความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ในการหาข้อมูลของรถสักคัน ควรพิจารณาจากการใช้งาน และความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป​

1. เป้าหมาย และความจำเป็นในการใช้งาน

สิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งแรก ก่อนการตัดสินใจซื้อรถ คือ เราต้องรู้เป้าหมายและความจำเป็นในการซื้อเสียก่อน เพราะหากเราใช้รถยนต์ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป มันช่วยสร้างประโยชน์ในระยะยาวให้กับผู้ซื้อได้ ทั้งในเรื่องของความสะดวกสบายในการเดินทาง ความจำเป็นในหน้าที่การงาน ขนส่งสินค้า เป็นต้น โดยส่วนนี้จะพิจารณาไปพร้อมๆ กับปริมาณสมาชิกในครอบครัว ความสะดวกสบายในการเดินทาง และเวลาที่จะใช้ในการเดินทางควบคู่ไปด้วย ซึ่งการพิจารณาในข้อนี้จำทำให้เรารู้ว่าเราควรจะซื้อรถที่มีสมรรถนะประมาณไหน เพื่อการใช้งานอย่างคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ดูเพิ่มเติม
>> 3 หัวใจขอสินเชื่อรถยนต์มือสอง รู้จักไว้ไม่เสียหาย
>> Five Fact : 5 ขั้นตอนขอสินเชื่อซื้อรถยนต์มือสอง

เพราะรถในตลาดมีอยู่เยอะมาก ทั้งมือหนึ่ง และมือสองดังนั้นต้องกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมให้ดี

เพราะรถในตลาดมีอยู่เยอะมาก ทั้งมือหนึ่ง และมือสองดังนั้นต้องกำหนดงบประมาณที่เหมาะสมให้ดี

2. ตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตัวเอง

เช็คสถานะทางการเงินเบื้องต้นของตัวเองให้ดี ว่ามีเงินพร้อมที่จะดาวน์รถหรือไม่ รวมถึงคำนวณเงินเดือนว่ามากพอสำหรับการผ่อนรถ และจ่ายค่าซ่อมบำรุง ดูแลรักษาหรือไม่ โดยถ้าต้องซื้อรถด้วยเงินผ่อน เมื่อรวมเงินที่ต้องผ่อนรถต่อเดือน กับค่าใช้จ่ายระยะสั้นอื่นๆ แล้วจำนวนเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดไม่ควรเกิน 30% ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เช่น เงินเดือน 25,000 ก็ไม่ควรผ่อนเกินเดือนละ 25,000 x 0.30 = 7,500 บาท

ในการหาราคารถที่เหมาะสมก็มีสูตรคำนวณง่ายๆ คือ ราคารถที่เหมาะสม = (เงินผ่อนต่อเดือน x จำนวนเดือนที่ผ่อน) หารด้วย (1+ดอกเบี้ย) x %ยอดเงินกู้) เช่น ถ้าเราต้องการจ่ายค่าผ่อนรถต่อเดือนไม่เกิน 7,500 บาท และต้องการจะผ่อนในระยะเวลา 6 ปี (72 เดือน) ดอกเบี้ยกู้รถอยู่ที่ 3.50% ต่อปี และจะกู้ 90% ของราคารถ (ดาวน์ 10%) ดังนั้น ราคารถที่เหมาะสม ไม่ควรจะเกิน (7,500 x 72)/[(1+0.035) x 0.90] = 579,710 บาท หรือประมาณ 580,000 บาทค่ะ

อย่าลืมเตรียมตัวสำหรับการเสียค่าใช้จ่ายแฝงที่มาพร้อมกับรถ

อย่าลืมเตรียมตัวสำหรับการเสียค่าใช้จ่ายแฝงที่มาพร้อมกับรถ

3. เตรียมตัวสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะตามมา

หลายคิดพอคิดจะซื้อรถ ก็ดูแต่ราคารถ หรือราคาผ่อนแต่เพียงอย่างเดียว พอคำนวณได้ว่าผ่อนไหว ก็คิดว่าจะซื้อได้เลย แต่นอกจากภาระค่าผ่อนรถแล้ว ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งจะตามมาทันทีที่เราตัดสินใจซื้อรถอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็น “ค่าใช้จ่ายแฝง” ที่หลายคนมักจะมองข้ามกัน มาดูกันว่าค่าใช้จ่ายที่บอกมีอะไรเท่าไหร่บ้าง

  • ค่าน้ำมัน: คำนวณไปคร่าวๆ เลยเดือนละ 3,000 บาท หรือปีละ 36,000 บาท
  • ประกันภัยชั้นหนึ่ง: จะซื้อประกันชั้นอื่นก็ได้ แต่ว่าประกันชั้นหนึ่งนี่แหละคุ้มครอบได้ครบถ้วนที่สุด ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันปีละ 20,000 บาท หรือ 1,700 บาท/เดือน
  • พรบ. และภาษีรถยนต์: ค่าใช้จ่ายนี้ต้องเสียทุกปี ปีละ 2,500 บาท เฉลี่ยเดือนละ 200 บาท
  • ค่าเช็คระยะ และถ่ายน้ำมันเครื่อง: ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ขึ้นอยู่กับระยะทาง และการใช้รถ คิดคร่าวๆ อยู่ที่ปีละประมาณ 3,000 บาท หรือ 250 บาท/เดือน

สรุปแล้วว่าใน 1 เดือนจะต้องจ่ายเงินให้กับค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ที่ประมาณ 5,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับค่าผ่อนรถที่ประมาณ 7,500 บาท จะต้องจ่าย 12,500 บาทต่อเดือนซึ่งถือว่าเยอะมากเลยทีเดียว สำหรับพนักงานเงินเดือนที่มีเงินเดือนอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายแฝงตรงนี้ยังไม่รวมค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ค่าเปลี่ยนยางที่จะตามมาอีก แล้วถ้าเลือกรถสมรรถนะสูงๆ ค่าใช้จ่ายที่ตามมาก็จะมากกว่านี้อีก ดังนั้นอย่าลืมคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก่อนซื้อรถด้วย

เมื่อรถมีการใช้งานก็ย่อมเกิดค่าเสื่อมราคา ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการดูแลรักษา

เมื่อรถมีการใช้งานก็ย่อมเกิดค่าเสื่อมราคา ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งาน และการดูแลรักษา

4. ต้องรู้จักค่าเสื่อมของรถ

เนื่องจากรถยนต์เป็น “สินทรัพย์” ที่ควรจะอยู่เป็นเพื่อนร่วมทางของเรานานกว่า 1 ปี เมื่อเกิดการใช้งานสภาพของรถก็จะทรุดโทรมลงตามกาลเวลา แล้วยิ่งมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ออกมา มูลค่าของรถคันเก่าก็จะน้อยเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งนี้จะกลายมาเป็นค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็นและไม่ค่อยมีใครรู้จัก เรียกว่า “ค่าเสื่อมราคา-รถยนต์” ค่าเสื่อมราคาสามารถคำนวณออกมาง่ายๆ เป็นค่าใช้จ่ายรายปีได้ด้วยวิธีนี้

สมมุติซื้อรถยนต์ราคา 750,000 บาท อายุการใช้งาน 10 ปี มีราคาขายในอนาคต 150,000 บาท ค่าเสื่อมราคาจะเท่ากับ (750,000-150,000)/10 = 60,000 บาทต่อปี เท่ากับว่าเมื่อเราขับรถไปเดือนหนึ่ง มูลค่าของรถจะลดลง 5,000 บาท

สอบถามโปรโมชั่นกับศูนย์บริการ และธนาคารให้หลายหลาย เพื่อเปรียบเทียบ และเลือกเจ้าที่ให้ความคุ้มค่าที่สุด

สอบถามโปรโมชั่นกับศูนย์บริการ และธนาคารให้หลายหลาย เพื่อเปรียบเทียบ และเลือกเจ้าที่ให้ความคุ้มค่าที่สุด

5. เลือกโปรโมชั่นในการซื้อรถให้คุ้มค่า

นอกจากจะดูราคา เทียบกับสมรรถนะ และความต้องการใช้งานของเราแล้ว จะต้องไปลองคุยกับเซลล์ของแต่ละศูนย์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงรับคำแนะนำในการเลือกซื้อ นอกจากนี้การไปคุยกับเซลล์ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อจะทำให้เราได้รู้โปรโมชั่นที่แต่ละศูนย์จะให้อีกด้วย ซึ่งมีทั้งโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม ทั้งเงินดาวน์ ทั้งดอกเบี้ยผ่อน และได้รับของแถมอีกมากมายให้เลือก ในส่วนนี้แต่ละศูนย์จะให้ไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องตระเวนดูจากหลากหลายที่นะคะ

สำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถแบบเดิมจะคิดด้วยวิธี Flat Rate โดยคิดจากมูลค่าของเงินกู้ก้อนแรกเสมอ อย่างเช่น ซื้อรถ 750,000 บาท วางดาวน์ไปแล้ว 250,000 บาท ต้องกู้เพิ่ม 500,000 บาท ธนาคารคิดดอกเบี้ย 5% ต่อปี ระยะเวลา 5 ปี (5 งวด) ดังนั้นจะต้องเสียดอกเบี้ย 500,000 x 5% = 25,000 บาทต่อปี ดอกเบี้ยของ 5 ปีคิดเป็นเงิน 125,000 บาท เท่ากับว่าเป็นหนี้ธนาคาร 625,000 บาท หากคิดเป็นรายปีเท่ากับว่าต้องจ่ายหนี้ปีละ 125,000 บาท หรือเดือนละ 10,000 กว่าบาทเดียว

ปัจจุบันการออกกฎหมายเช่าซื้อรถยนต์ฉบับใหม่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ซื้อ

ปัจจุบันการออกกฎหมายเช่าซื้อรถยนต์ฉบับใหม่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ซื้อ

ซึ่งในปัจจุบันได้มีการออกกฎหมายการเช่าซื้อรถฉบับใหม่ที่จะทำให้ผู้ซื้อรถยนต์ จ่ายดอกเบี้ยได้ในอัตราที่ลดลง คือคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงค้าง ในการเลือกพิจารณาสถาบันการเงินเพื่อกู้เงินจึงควรเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด สามารถเลือกได้ทั้งแบบวางเงินดาวน์สูง ผ่อนหนัก ซึ่งจะใช้เวลาน้อยกว่า และได้ดอกเบี้ยที่ไม่มาก หรือเลือกแบบดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย ไปยาวๆ ที่แม้จะเสียดอกเบี้ยเยอะกว่า แต่กระแสเงินสดที่ใช้แต่ละเดือนก็จะคล่องมากขึ้น

ดูเพิ่มเติม
>> สิ่งที่ควรเปลี่ยนทันทีเมื่อซื้อ “รถมือสอง” มาขับ
>> เรื่องต้องรู้เมื่อจะซื้อรถบ้าน!!!

ก่อนซื้อรถอย่าลืมพิจารณา 5 ข้อนี้นะคะ

ก่อนซื้อรถอย่าลืมพิจารณา 5 ข้อนี้นะคะ

ฉะนั้นแล้ว​การเลือกซื้อรถซักคัน จึงควรพิจารณาปัจจัย 5 ข้อนี้ดี โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพิจารณาว่ารถมี “ความจำเป็น” กับตัวเรามากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงวางแผนค่าใช้จ่ายและพิจารณาความสามารถของตัวเองให้เหมาะสม เพื่อให้ไม่เจ็บตัวหลังจากถอยรถออกมาแล้วนะคะ สำหรับบทความดีๆ ที่ Chobrod.com จะนำมาฝากเรื่องต่อไปจะเป็นอะไร อย่าลืมติดตามกันนะคะ

ติดตามข่าวสารรถยนต์ เชิญที่นี่