รถใหม่ 2017 Chevrolet Trailblazer ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ เพิ่มความหรูหราและอ็อพชั่น คุ้มราคา

27 ก.พ 2560

หลังจากที่เปิดตัวรถกระบะ ‘เชฟโรเลต โคโลราโด’ โฉมไมเนอร์เชนจ์ไปก่อนหน้านี้ ทางเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ก็ไม่รอช้ารีบส่งพีพีวี Chevrolet Trailblazer ปี 2017 ไมเนอร์เชนจ์ตามมาในตลาดบ้านเรา

  • ข้อมูลทั่วไป

  • ภายนอก

  • ภายใน

  • อุปกรณ์อํานวยความสะดวก

  • การทำงาน

  • รีวิวทั่วไป

  • คะแนนของบรรณาธิการ
  • คะแนนของผู้ใช้
  • ผู้ใช้ 3 คนได้ให้คะแนน
ดูกราฟราคา
ข้อมูลทั่วไป
2017 Chevrolet Trailblazer
2017 Chevrolet Trailblazer - ภาพประกอบจาก Chobrod

2017 Chevrolet Trailblazer ถูกเผยโฉมจริงเป็นครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale 2016 เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับไมเนอร์เชนจ์ครั้งใหญ่ ที่ไม่เพียงแค่ปรับรูปลักษณ์ภายนอก-ภายในเท่านั้น แต่ยังมีจุดสำคัญอีกหลายอย่าง ที่ช่วงกระตุ้นความน่าสนใจของพีพีวีคันนี้ให้น่าใช้งานมากขึ้น
ภายนอก
ภายนอก

รีวิวภายนอกของเทรลเบลเซอร์ใหม่ ส่วนหน้าของตัวรถถูกยกมาจากรุ่นกระบะโคโลราโด ไฟหน้าถูกออกแบบให้เป็นทรงเหลี่ยม พร้อม Daytime Running Light แบบ LED แต่น่าเสียดายที่ชุดไฟหลักยังคงเป็นแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ฮาโลเจน ตั้งแต่รุ่นล่างสุดไปจนถึงรุ่นท็อป และมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติตามสภาพแสงมาให้

ชุดไฟหน้าถูกออกแบบรับกับกระจังหน้าโครเมี่ยม ได้ตกแต่งด้วยแถบคาดสีเดียวกับตัวรถ พร้อมสัญลักษณ์โบว์ไทปะไว้ตรงกลาง บริเวณด้านล่างของกันชนถูกติดตั้งเซ็นเซอร์กะระยะไว้ทั้งหมด 4 จุด
 
Chevrolet Trailblazer ปี 2017

ด้านหน้าของเทรลเบลเซอร์ ไมเนอร์เชนจ์ ใหม่ ยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ขึ้นอีกกว่า 12% ซึ่งจะช่วยให้การไหลเวียนของอากาศขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงดีขึ้น ลมปะทะน้อยลง และส่งผลให้ช่วยประหยัดน้ำมันขึ้น
 
ดีไซน์
ภายใน
ภายใน

เมื่อดูภายในห้องโดยสาร จะสังเกตได้จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดคือแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งได้ยกมาจากโคโลราโดเช่นกัน ช่องแอร์ถูกออกแบบให้เป็นทรงตั้ง พร้อมช่องเสียบที่วางแก้ว เมื่อเราวางแก้วน้ำเข้าไป ความเย็นจากช่องแอร์ก็จะช่วยรักษาความเย็นของเครื่องดื่มได้ด้วย

ส่วนคอนโซลกลางถูกติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเม้นท์ MyLink ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทางในรุ่นท็อปสุด รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth ได้ รวมถึงยังสามารถรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ แต่ปัจจุบันทาง Google เองยังไม่เปิดให้ใช้ระบบ Android Auto อย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่คาดว่าเร็วๆนี้คงจะได้สัมผัสกัน ส่วนสาวกไอโฟนไม่ต้องรอช้า เสียบสาย USB ก็สามารถเชื่อมต่อได้เลย
 

ภาพประกอบจาก Chobrod
 
ส่วนพวงมาลัยยังคงเป็นแบบ 3 ก้านดีไซน์เดิม ปุ่มควบคุมด้านซ้ายใช้สำหรับระบบเครื่องเสียง มีปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์ และปุ่มสั่งงานด้วยเสียง SIRI มาให้ ขณะที่ด้านขวาของพวงมาลัยเป็นปุ่มระบบ Cruise Control และมีปุ่มควบคุมระบบเตือนการชนด้านหน้า
 

ภาพประกอบจาก Chobrod

 
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติมีแผงสวิตช์ดีไซน์ใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น เราสามารถเลือกความแรงพัดลมแอร์ได้หลายระดับ ขณะที่ด้านหลังมีช่องแอร์เพดานแยกแต่ละที่นั่งมาให้เสร็จสรรพ ครอบคลุมถึงเบาะนั่งแถวที่ 3 พร้อมปุ่มควบคุมพัดลมแอร์สำหรับตอนหลังโดยเฉพาะ จึงเราไม่ต้องกังวลเรื่องความเย็นจะไปถึงเบาะแถวที่ 3 หรือไม่  เพราะลมแอร์เป่าถึงกันหมดทั้งคัน เพียงแต่แอร์ติดเพดานประเภทนี้ เมื่อเปิดแอร์ใหม่ๆ อาจต้องรอให้ความร้อนถูกระบายออกไปจนหมดก่อน หลังจากที่ขึ้นรถที่จอดตากแดดเอาไว้นานๆ ถึงจะเย็นชุ่มฉ่ำไม่ต่างจากด้านหน้า
มาตรวัดความเร็วก็ถูกออกแบบใหม่เช่นกัน ซึ่งอ่านง่ายสบายตากว่ารุ่นเดิม พร้อมกับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่มาให้ แต่ติดตรงที่ตำแหน่งเกียร์ ที่ออกแบบอยู่ขอบล่างของหน้าจอ มีขนาดค่อนข้างเล็ก และอาจถูกบดบังโดยพวงมาลัยได้
 
เบาะนั่ง

เบาะนั่งได้หุ้มด้วยหนังแท้สลับหนังสังเคราะห์สีน้ำตาล Very Dark Atmosphere สามารถปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทางเฉพาะฝั่งคนขับ ขณะที่เบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับสูง-ต่ำได้ทั้งคู่
อุปกรณ์อํานวยความสะดวก
 
การทำงาน
เครื่องยนต์

เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ตัดเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตรออก และใช้เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร ซึ่งถูกปรับปรุงให้มีแรงม้าและแรงบิดสูงขึ้นกว่าเดิม มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่
     - 2.5L VGT 4x2 AT LT
     - 2.5L VGT 4x2 AT LTZ
     - 2.5L VGT 4x4 AT LTZ
 
เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ไมเนอร์เชนจ์ใหม่
 
เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ในเทรลเบลเซอร์ ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ให้อัตราเร่งในลักษณะค่อนข้างนุ่มนวล ไม่ถึงกับแรงกระโชกโฮกฮากหลังติดเบาะ แต่แรงบิดก็มีให้เค้นตลอดทุกช่วงความเร็ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะบอดี้ที่ค่อนข้างหนัก แต่ก็แลกมาด้วยความใหญ่โตของห้องโดยสารภายใน
รีวิวทั่วไป
รถ Chevrolet Trailblazer ใหม่ ได้รับความดีงาม ด้านวิศวกรรมมาจากรุ่น Chevrolet Colorado เต็ม ๆ หากวิ่งในเมืองเหมาะกับช่วงล่างที่เซ็ตมานุ่ม ๆ แต่ด้วยการใช้ตัวถังเดิม แถมเป็นรถอเนกประสงค์ทำให้รถดูไม่สดใหม่เอามาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านหลัง ที่ไม่มีการปรับปรุงอะไร
ครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร ให้แรงดึงใกล้เคียงกับรุ่น 2.8 ลิตรเดิม แต่น่าจะประหยัดขึ้นอีกเล็กน้อย ช่วงล่างดูนุ่มนวลแต่แน่นหนึบ ฟีลลิ่งพวงมาลัยไฟฟ้ายังไม่แม่นยำอย่างที่ควรจะเป็น ส่วนห้องโดยสารกว้างขวาง เรานั่งสบาย เหมาะสำหรับการเดินทางทั้งครอบครัว

ส่วนฟีเจอร์ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นมา เช่น ระบบเตือนกันชนด้านหน้า และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน จะทำงานเฉพาะส่งสัญญาณเตือนเท่านั้น ไม่มีการเบรกหรือดึงพวงมาลัยให้ แต่เมื่อพิจารณาถึงราคาของรถคันนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าพอตัว เพราะคู่แข่งบางเจ้ามีราคาสูงกว่านี้ แต่ไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ติดตั้งให้เลย ถือเป็นรถที่น่าใช้งานอีกหนึ่งคัน
คะแนนของคุณ
ความคิดเห็น
เรียงลำดับตาม:
Ae Kittiporn
Unlike
suripon sibunhuong
สวยครับ
Unlike | ตอบ
Vanz Lee
Unlike