รีวิวขับ Ford Ranger XLT 2021 ราคา 8.99 แสนบาท ความคุ้มค่าที่น่าจับตา

ตลาดรถยนต์ในประเทศ | 18 ธ.ค 2563
แชร์ 0

ทดสอบรถ Ford Ranger 2021 ตัวถัง 4 ประตูยกสูงรุ่น XLT เกียร์ AT ไปกับทริป Live The Ranger Life สร้างเส้นทางในแบบคุณ ไปทำกิจกรรมเพื่อชุมชน ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี บนเส้นทางสุดชายแดน รวมระยะทาง 235 กม.

ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดทริปพิสูจน์สมรรถนะ Ford Ranger 2021 โฉมใหม่เพิ่งไมเนอร์เชนจ์ไปเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2563 โดยเป้าหมายเพื่อสัมผัสรถยนต์ พร้อมกับสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ด้วยกิจกรรมเพื่อชุมชน ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ภายใต้แนวคิด "Live The Ranger Life สร้างเส้นทางในแบบคุณ" ในการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการส่งมอบและติดตั้งชุดเครื่องเสียงแก่ชุมชนบ้านพุระกำ 

"กิจกรรมทดสอบรถในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสรูปแบบการใช้ชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ ตามแนวคิด ‘Live The Ranger Life’ ที่มีรถฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นตัวช่วยที่พร้อมเคียงข้างทุกช่วงเวลา ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ในสไตล์สปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวและดุดัน สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ยิ่งขึ้น  พร้อมด้วยระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ทำให้ลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีคุณค่า พร้อมสร้างทางของตัวเองด้วยมั่นใจ ไม่หวั่นต่อความท้าทาย เพื่อบรรลุเป้าหมายและความหมายของการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง" นางสาวกมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน กล่าว

ในการขับทดสอบครั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย เลือกนำ Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 2WD AT มาทดสอบ ซึ่งเป็นรุ่นที่มีความน่าสนใจทั้งขุมกำลังดีเซล 2.2 ลิตรเทอร์โบ การเลือกออปชั่น ทำให้ราคาออกมาได้น่าสนใจมาก เพราะที่ถูกอัปเกรดเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบคู่และได้เกียร์ AT ราคาก็ทะลุล้านบาท

ส่องภายนอก-ภายใน Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 2WD AT ราคา 899,000 บาท ตอบโจทย์ความคุ้มค่า




จากข้อมูลที่ฟอร์ดเคยให้ไว้ Ford Ranger XLT เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่เหมาะกับการใช้งานในทุกโอกาส การปรับโฉมครั้งนี้เน้นไปที่ความดุดันมากขึ้น เดิมใช้โครเมียมตกแต่งได้ปรับใหม่เป็นสีดำที่กระจังหน้า มือจับเปิดประตู ฝาครอบกระจกมองข้าง บันไดท้าย และล้อแม็กซ์ ทั้งหมดเข้าชุดกัน


มีความใส่ใจในด้านออปชั่น อย่างบริเวณไฟแบรกดวงที่ 3 ก็มีไฟส่องกระบะ ซึ่งสามารเปิด-ปิดได้ด้วย ซึ่งภายลักษณ์โดยรวมผู้ทดสอบก็รู้สึกได้ว่า อุปกรณ์ที่ตกแต่งด้วยสีดำเสริมให้รถดูดุดันขึ้นมากกว่าวัสดุแบบโครเมียมและชอบมากกว่าเดิมเยอะ 





ห้องโดยสารถูกปรับเปลี่ยนหลายจุด ดูดีขึ้นอย่างชุดเบาะหนังสีดำที่ใช้การปรับมือทั้งหมด จออินโฟเทนท์เมนต์ขนาด 8 นิ้วที่รองรับ Apple Carplay และ Android Auto ปุ่มกดควบคุมบริเวณคอนโซลหน้า ชุดหน้าจอเรือนไมล์ และระบบสตาร์ทยังคงใช้กุญแจ 



รายละเอียดต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากสเป็กชีท เข็มขัดนิรภัยปรับเลื่อนขึ้นลงได้ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะหลังสามารถพับได้ทั้งเบาะรองนั่งและพนักพิง ช่องชาร์จไฟด้านหน้า USB 2 จุด ช่องไฟ 12V 1 จุด และด้านหลังให้เป็นที่ชาร์จไฟ้าแบบ 12V 1 จุด


ระบบเซ็นทรัลล็อกเลือกให้มา 2 จุด ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร โดยรวมในห้องโดยสารทำออกมาได้ดูดีสมราคา เบาะหนังให้สัมผัสนุ่ม ทรงสวยมาตรฐาน มีการตกแต่งที่ใช้หลายวัสดุ ตัดสีเงิน สีดำ สีเทา และโครเมียม และปุ่มกดต่าง ๆ เรืองเสียงสวยงาม ดูแล้วไม่น่าเบื่อ


กล้องถอยหลังจากโรงงาน งานเรียบร้อยกว่าติดตั้งเอง

สำหรับผู้ทดสอบเอง มองว่า Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 2WD AT ให้ค่อนข้างครบทุกอย่างมีใช้งาน ขาดอย่างเดียวคือระบบกล้องถอยหลัง มีเพียงเซ็นเซอร์ถอยให้เท่านั้น ทางฟอร์ดนั้นแจ้งมาว่าสามารถติดกล้องมองหลังเพิ่มได้ในราคา 3,000 บาท แต่หากมองเรื่องความเรียบร้อยและสวยงามยังสู้สเปกจากโรงงานไม่ได้ เพราะนั้นจะทำซ่อนกล้องไว้ที่โลโก้

 Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 2WD AT ขุมกำลัง 2.2 ลิตร 2WD ก็ไปได้สุดชายแดน

จุดหมายในครั้งนี้คือชุมชนบ้านพุระกำ เพื่อส่งมอบและติดตั้งชุดเครื่องเสียง เพื่อเป็นศูนย์รวมการกระจายข่าวสารและเตือนภัยให้แก่ชุมชน ตามแนวคิด Can’t Help But Help ไม่ว่าอย่างไรเราพร้อมช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ติดชายแดน ซึ่งเป็นทางที่คดเขี้ยวและทางออฟโรด ซึ่งหากเป้นในช่วงหน้าฝนอาจต้องไปใช้รถที่เป็น 4WD 

Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 2WD AT มาพร้อมขุมพลังดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ 6 AT กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร  เสริมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี Traction Control ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA และระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM ทำให้การเดินทางครั้งนี้ผ่านได้อย่างสบาย

บุคลิกการขับขี่ของ Ford Ranger นับว่ายอดเยี่ยม เช่นชุดพวงมาลัย EPS ที่ถูกเซ็ตมาได้คมน้ำหนักในความเร็วต่ำคล่องตัว เห็นผลมาก ๆ ในจังหวะที่เปลี่ยนเลนหลังต่อไฟแดง ในความเร็วสูงก็หนืดขึ้นมั่นคง ฟีลลิ่งเบรกเป็นธรรมชาติไม่ติดขัด เสริมด้วยช่วงล่างที่ซับแรงกระแทกแบบเอาอยู่ หรือการเข้าโค้งไม่โยนตัวซึ่งเป็นการเช็ตช่วงล่างได้ลงตัวมาก ๆ ชอบในความรู้สึกช่วงล่างแบบนี้มาก มองในเชิงวิศวกรรมจะเห็นรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ อย่างการวางโช้คค้ำเยื้องหน้า-หลัง น้อยรุ่นนักจะเห็นการวางช่วงล่างแบบนี้

อีกหนึ่งความโดดเด่นคือเรื่องการเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดี จุดสังเกตุคือมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านตอนติดไฟแดง เสียงที่เล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก ๆ 

อัตราสิ้นเปลืองวัดจากเริ่มและถึงที่พัก ขับขี่อยู่บนรถประมาณ 4.30 ชม. ระยะทาง 235 กม. ผู้โดยสารบนรถ 3 คน สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้ 7.8 ลิตร/100 กม. หรือราว ๆ 12.8 กม.ลิตร กับเส้นทางแบบนี้ประหยัดดีทีเดียว

สรุปส่วนตัวหลังได้ทดสอบ Ford Ranger Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 2WD AT

ด้วยราคาจำหน่ายของรุ่นนี้คือ 899,000 บาทกับออปชั่น รุ่นนี้จึงน่าสนใจมาก ๆ ด้วยเป็นกระบะ 4 ประตู ยกสูง เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ตัวรถมีพื้นฐานที่ดีทั้งพวงมาลัย เบรก ช่วงล่าง โดยรวมขับสนุกและใช้งานได้อย่างเพียงพอ แถมตอนนี้รองรับน้ำมัน B20 ค่าใช้จ่ายด้านนี้ก็ประหยัดขึ้น

ขาดเพียงกล้องมองหลังเพราะมีประโยชน์มากสำหรับรถกระบะที่จุดบอดด้านหลังเยอะ จากนี้เหลือด้านใช้งานระยะยาว ความคงทน ที่ตอนนี้ฟอร์ดเลือกให้การรับประกันกลุ่มเครื่องยนต์และเกียร์นานถึง 10 ปี 

คุณจำเป็นต้องซื้อรถดูตอนนี้ รถมือ 2

ningkung
แท็ก Ford Ford Ranger