ต้องรู้! 8 พฤติกรรมการใช้รถ ที่ทำร้ายรถของคุณโดยไม่รู้ตัว

ประสบการณ์ใช้รถ | 2 พ.ย 2563
แชร์ 0

ยืดอายุการใช้งานรถให้นานด้วยการเลิกพฤติกรรมการใช้รถที่ทำร้ายรถของคุณ ลองมาเช็กกันดูเลยว่าคุณกำลังทำสิ่งเหล่านี้อยู่หรือไม่? บางทีอาจถึงเวลาต้องปรับพฤติกรม

มาสำรวจพฤติกรรมการขับขี่ของคุณกันว่าที่ทำโดยคิดว่าเป็นธรรมดาสามัญอยู่ในทุกวันนี้ เป็นพฤติกรรมการใช้รถที่ถูกต้องหรือไม่? เพราะไม่แน่ว่า อะไรที่คุณคิดว่ามันถูกต้องอยู่ตอนนี้ ในหลักการใช้รถที่แท้จริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้ เช็กให้ดีว่าคุณเป็นผู้ขับรถที่ดีอยู่หรือเปล่า?

#1. ไม่ฉุกใจในสัญญาณเตือน

เป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรเกิดให้เกิดขึ้นเป็นเด็ดขาดกับการละเลยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในตัวรถ ผ่านการแจ้งเตือนทางสัญญาณต่าง ๆ หรือรูปแบบอาการที่ไม่น่าไว้วางใจ เช่น การสั่นผิดปกติ การเกิดเสียงแปลก ๆ หรือมีสัญญาณแจ้งเตือนที่หน้าปัดของรถ เป็นต้น

พฤติกรรมการใช้รถที่ผิด ไม่เช็กสัญญาณเตือน
สัญญาณเตือนกำลังจะบอกอะไรคุณ

แม้จะเกิดขึ้นในชั่วพริบตา อาจจะมา ๆ แล้วก็หาย แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม เพราะบางทีสัญญาณเหล่านี้ อาจกำลังจะบอกอะไรคุณ ดังนั้นเมื่อพบอาการหรือการแจ้งเตือนจากสัญญาณไฟเหล่านี้ ให้หันมาใส่ใจสักนิด ว่าเกิดความผิดปกติจุดไหนกันแน่ เพราะหากปล่อยเอาไว้ จนสุดท้ายเกิดพังหรือใช้งานไม่ได้ขึ้นมามันคงไม่คุ้มกันแน่นอน

#2. ระดับน้ำมันต่ำ กำลังท้าทายอยู่หรือไง?

อย่าคิดว่าจะไม่เสียหาย เพียงเพราะคิดว่าที่ผ่านมาก็ทำ ไม่เห็นเป็นอะไร กับการปล่อยให้ระดับน้ำมันในถังอยู่ในขีดต่ำจนก้นจะแห้งอยู่เสมอ มีหลายคนที่ต้องรอให้น้ำมันแทบจะเกลี้ยงขาถังแล้วค่อยเติม ด้วยให้เหตุผลว่าไม่อยากจะเสียเวลาไปเติมอยู่บ่อย ๆ แต่หารู้ไหมว่า การปล่อยให้น้ำมันอยู่ในระดับที่ใกล้จะแห้งขอด เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการขับขี่และเครื่องยนต์ เพราะจะทำให้เกิดผลเสียกับปั๊มน้ำมันในถังเชื้อเพลิง ที่ตามปกติแล้วควรจะให้น้ำมันท่วมอุปกรณ์ตัวนี้เสมอ ถ้าปล่อยให้แห้งเมื่อไหร่ล่ะก็ และปล่อยให้เป็นแบบนี้ปล่อย ๆ อีกด้วยนะ เตรียมหาอู่ซ่อมเอาไว้ได้เลย

#3. ก่อนขับขี่ ดูให้ดีอุ่นเครื่องไหม?

คุณเองก็เป็นอีกคนที่ใจร้อนอดทนไม่ได้หรือเปล่า? ชนิดที่ว่าหากจะต้องขับรถออกไปไม่ต้องรอให้เครื่องหายเย็นก็บิดกุญแจสตาร์ตแล้วขับออกไปในทันที ซึ่งพฤติกรรมการขับขี่เช่นนี้ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากหรอก หากไม่ใช่เป็นรถที่จอดทิ้งเอาไว้ทั้งคืน หรือถูกจอดเอาไว้สักระยะ รวมไปถึงจอดอยู่ในอุณหภูมิที่ไม่คงที่

\​พฤติกรรมการใช้รถที่ผิด ขับรถไม่วอร์มเครื่อง
ขับรถไม่วอร์มเครื่อง เสี่ยงเครื่องยนต์สึกหรอได้

เพราะถ้าเป็นเช่นนี้แล้วเลือกที่จะขับรถออกไปเลยโดยไม่อุ่นเครื่อง จะเป็นพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการขับขี่รถของคุณเป็นอย่างมาก จะทำให้เครื่องยนต์เกิดการสึกหรอและเสื่อมสภาพได้ไวขึ้น ดังนั้น ช่วงแรกของการขับขี่ควรที่จะให้ความนุ่มนวลและอ่อนโยนต่อเครื่องยนต์และอุปกรณ์ภายในรถของคุณ ด้วยการสตาร์ตรถและอุ่นเครื่องเบา ๆ เป็นการวอร์มและส่งสัญญาณให้ระบบภายในได้รู้ว่ากำลังจะถึงเวลาใช้งานต้องเตรียมสภาพให้พร้อม

#4. ออกตัวแบบกระชาก รีบมากหรือไร

หลายคนอาจเป็นวัยรุ่นใจร้อน เวลาขับรถออกตัวก็กระชากอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพื่อหวังให้เครื่องยนต์ได้ขับเคลื่อนได้ทันใจ แต่หารู้ไหมว่าพฤติกรรมการขับขี่เช่นนี้จะส่งผลให้รถของคุณเกิดภาวะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและสร้างภาระให้แก่ชุดระบบส่งกำลังทั้งหมด และยิ่งถ้าขับ ๆ อยู่เบรกกะทันหันขึ้นมาเอง ครบสูตรความวายป่วง เตรียมตัวเตรียมใจหาอะไหล่มาเปลี่ยนยกชุดได้เลย การขับขี่รถเอาสะใจเช่นนี้ ต้องได้เลี้ยวรถเข้าอู่บ่อยกว่าเข้าซอยบ้านแน่นอน ดังนั้นถึงจะเป็นคนใจร้อนแค่ไหน แต่เวลาขับรถ ถนอมเครื่องยนต์ของคุณสักนิดเถอะนะ

#5. ลูกอีช่างขน นี่รถยนต์ไม่ใช่รถบรรทุก

ขึ้นชื่อรถยนต์ แน่นอนว่าใคร ๆ ก็อยากนำมาใช้งานให้ตอบโจทย์ได้ครอบคลุมที่สุด แต่ก็อย่างลืมพิจารณาให้เหมาะสมด้วย โดยเฉพาะใครที่คิดจะใช้รถกระบะบรรทุกของ ซึ่งการใช้รถกระบะก็ถูกสร้างมาเพื่องานนี้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพการใช้งานจะเทียบเท่ากับรถบรรทุกนะ และก็มีที่ยิ่งกว่านั้นคือการนำรถไปใช้ผิดประเภท แม้ไม่ใช่รถกระบะแต่ก็อัดของมาแน่นซะท้ายรถโยกกันเลยทีเดยีว

​พฤติกรรมการใช้รถที่ผิด บรรทุกของหนักมากไป
ขับรถบรรทุกของหนักมากไป ทำให้รถเสื่อมสภาพ

บางคนกะใช้รถให้คุ้ม ขนมันทุกอย่าง ขนมันบ่อย ๆ โดยไม่ได้ประเมินกำลังของรถตัวเองเลย ทำให้เมื่อมีการบรรทุกของที่หนักมากเกินไปแบบบ่อยครั้ง นอกจากจะส่งผลให้ระบบกันสะเทือนและโครงสร้างรถทำงานหนักแล้ว ยังมีผลทำให้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังภายในต่าง ๆ เกิดอาการเสื่อมสภาพ สามารถชำรุดได้ง่ายอีกด้วย และที่สำคัญทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงานนั่นเอง ดังนั้นในการบรรทุกของแต่ละครั้ง ควรประเมินสภาพของรถและทำการขนด้วยความเหมาะสมจะดีต่อทั้งคนเองและเพื่อนร่วมถนน เพราะหากเกิดการบรรทุกที่หนักไป ทำให้การรองรับไม่ดีพอ อาจทำให้ของที่บรรทุกมาตกหล่นไปตามทางถูกรถคันอื่นที่ขับตามมาด้วยก็เป็นได้

#6. จอดบนทางลาด แต่ขาดดึงเบรกมือ

ถ้าไม่อยากเสียเงินซ่อมรถบ่อย โดยเฉพาะการซ่อมระบบเกียร์ ทุกครั้งที่จดอดรถบนทางลาด ควรใช้เบรกมือก่อนเข้าเกียร์ P ทุกครั้ง เพราะหากคุณไม่ปฏิบัติตามเช่นนั้น จะทำให้สลักเกียร์หรือตัวล็อกเฟืองขับหลักที่มีขนาดประมาณหัวแม่มือ ต้องรับน้ำหนักในการดึงรถทั้งคันเอาไว้นั่นเอง ซึ่งส่งผลให้ระบบเกียร์มีปัญหาตามด้วย

#7. เปลี่ยนเกียร์ทันที ตอนที่รถยังไม่ทันจอดสนิท

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการขับขี่ที่คนใจร้อนมักจะทำจนทำให้เกิดการทำร้ายรถโดยไม่รู้ตัว นั่นก็คือการรีบร้อยเปลี่ยนเกียร์ ไม่ว่าจะการทั้งการเปลี่ยนไปเป็นเกียร์ถอยหลังไปเดินหน้า ถือเป็นการเปลี่ยนเกียร์เดินหน้าเพื่อถอยหลังในขณะที่รถยังไม่ทันหยุดสนิทการกระทำเช่นนี้อาจจะทำให้คุณได้การขับเคลื่อนรถที่รวดเร็วทันใจ

​พฤติกรรมการใช้รถที่ผิด เปลี่ยนเกียร์กะทันหัน
การเปลี่ยนเกียร์ในทันทีจะทำลายระบบขับเคลื่อนได้

แต่รู้ไหมว่ามันกำลังทำลายระบบการขับเคลื่อนและการส่งกำลังอย่างมหาศาล ที่สุดท้ายต้องแลกมาด้วยการเสียเงินเปลี่ยนอะไหล่ที่ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ใช่แค่เกียร์ เพราะถ้าโชคร้ายคงได้รวมไปถึงเพลาขับด้วยก็เป็นได้ ดังนั้นทุกครั้งที่จะเปลี่ยนเกียร์ อดทนใจรอสักนิด ให้รถจอดสนิทก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนดีกว่า

#8. ลงทางลาดทางเขา แต่เขาไม่ใช้เกียร์ต่ำ

สำหรับรถเกียร์ธรรมดา หากต้องลงเขาหรือทางลาดชัน ควรเลือกใช้เกียร์ต่ำให้เหมาะสมเพื่อรักษาระดับความเร็วของรถ และใช้เบรกเมื่อจำเป็นจะต้องเบรก เพราะหากใช้เบรกเพื่อควบคุมความเร็วเพียงอย่างเดียว จะส่งผลให้อุปกรณ์เกิดความร้อนสูงและเกิดความเสียได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาวิธีการใช้เกียร์ต่ำให้เป็นมากกว่าจะใช้เบรกเป็นหลัก

ลองสำรวจดูแล้วมีใครบ้างที่พบว่าตัวเองมีพฤติกรรมการขับขี่เหล่านี้อยู่บ้าง หากก่อนหน้านี้ทำไปเพราะไม่รู้ และได้มารู้ตอนนี้แล้วก็ขอให้ปรับพฤติกรรมการใช้รถใหม่ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องการรักษาสภาพของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ของรถ แต่ยังรวมไปถึงความปลอดภัยในการขับขี่ การใช้รถใช้ถนนทั้งต่อคุณและผู้เพื่อนร่วมทางของคุณด้วยนั่นเอง

ดูเพิ่มเติม
>> การดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้น ที่คนรักรถต้องรู้
>> ความรู้เรื่องรถ กับการเช็กรถด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปถึงอู่

เข้าดู ตลาดรถบ้าน ซื้อขายกันเอง ได้ที่นี่

ANNOiNA